หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2552

“รัฐไทยในปัจจุบันเป็นรัฐสมัยใหม่ที่แปรตัวเองมาจากรัฐจารีต” อาจารย์เสกสรรค์ ประเสริฐกุล อธิบายไว้ในเอกสารปาฐกถานำ “ต่างจากประเทศเพื่อนบ้านที่รัฐโบราณถูกยกเลิกโดยระบอบอาณานิคม ก่อนที่จะถูกสร้างขึ้นใหม่อีกโดยขบวนการกู้เอกราช”

“ในบางมิติ อำนาจรัฐในประเทศไทยจึงมีความต่อเนื่องสูง มีประเพณีวัฒนธรรมทางการเมืองหลายอย่างถูกส่งทอดจากสมัยจารีตมาถึงปัจจุบัน” อาจารย์เสกสรรค์สรุปไว้ตอนหนึ่งในเอกสารเรื่องพัฒนาการของรัฐชาติกับความขัดแย้งภายในของชาวสยาม ปาฐกถานำในการสัมมนาทางวิชาการ “70 ปี สยามเป็นไทยฯ” โดย ดร. เสกสรรค์ ประเสริฐกุล ที่หอประชุมศรีบูรพา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เมื่อ 24 มิถุนายน 2552

ถ้าเทียบกับลาว, เขมร, เวียดนาม, และมาเลเซีย ฯลฯ จะเห็นว่าไทยมีลักษณะอนุรักษนิยมสูงกว่า เพราะมีความสืบเนื่องอย่างเหนียวแน่นจากรัฐจารีตนี่เอง

หรือพูดอีกอย่างหนึ่งว่า เพราะไม่ได้ตกเป็นเมืองขึ้นของเจ้าอาณานิคม เลยส่งผลให้ไทยมีลักษณะอนุรักษนิยมสูงมาก สูงจนน่ากลัว แล้วชวนให้คิดว่าโชคร้ายที่ไม่ได้เป็นอาณานิคม

อาจารย์เสกสรรค์บอกต่อไปว่า “รัฐสมัยใหม่ของสยามก่อรูปขึ้นก่อนชาติในความหมายสมัยใหม่ (modern nation) ฉะนั้นจึงมีฐานะควบคุมกำกับชาติมาตั้งแต่ต้น”

“พูดอีกแบบหนึ่งคือฝ่ายรัฐมีฐานะเหนือกว่ามาตลอดในความสัมพันธ์ทางอำนาจระหว่างรัฐกับสังคม เพราะชาติไทยในความหมายสมัยใหม่ เป็นสิ่งที่รัฐสร้างขึ้นและดัดแปลงให้อยู่ในกรอบนิยามของตนมาตั้งแต่แรก”

การที่สยามได้ยกเลิกความสัมพันธ์ทางอำนาจแบบจารีตหรือแปรรูปเป็นรัฐสมัยใหม่ด้วยการรวมศูนย์อำนาจเข้าสู่ส่วนกลางมาตั้งแต่ต้น อาจารย์เสกสรรค์อธิบายว่า นับเป็นเงื่อนไขเชิงโครงสร้างที่มีผลอย่างใหญ่หลวงต่อการจัดระเบียบการเมืองการปกครองต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน ดังนี้

ประการแรก มันทำให้ประเทศไทยขาดรากฐานการปกครองแบบสมัยใหม่ในระดับท้องถิ่น ซึ่งเป็นเงื่อนไขจำเป็นสำหรับระบอบประชาธิปไตยที่แข็งแรงและทำงานได้ เหมือนดังในสหรัฐอเมริกาและยุโรปตะวันออก

ประการต่อมา การรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลางอย่างเบ็ดเสร็จทำให้พัฒนาการของการเมืองไทยสมัยใหม่เต็มไปด้วยการต่อสู้ช่วงชิงอำนาจในส่วนกลางอย่างเลี่ยงไม่พ้น ตลอดเวลากว่า 70 ปีที่ผ่านมา ความขัดแย้งระหว่าง ชนชั้นนำกลุ่มต่างๆที่ต้องการยึดกุมฐานะนำในศูนย์อำนาจมีสภาพเข้มข้นรุนแรงไม่ขาดระยะ

ประการที่สาม เมื่ออำนาจรวมศูนย์ ปัญหาก็รวมศูนย์ การที่กลไกแก้ปัญหาในระดับล่างค่อนข้างอ่อนแอ ทำให้รัฐบาลทุกรัฐบาลไม่ว่าอยู่ระบอบไหน ล้วนต้องเผชิญกับสภาวะข้อเรียกร้องท่วมท้นจากทุกภาคส่วนของสังคม ทำให้ขาดทั้งประสิทธิภาพและเสถียรภาพในการทำงาน

ประเด็นสำคัญมากอยู่ในคำอธิบายข้อแรก ที่ว่าการแปรรูปเป็นรัฐสมัยใหม่ด้วยการรวมศูนย์อำนาจ ทำให้ “ประเทศไทยขาดรากฐานการปกครองตนเองแบบสมัยใหม่ในระดับท้องถิ่น”

เราต้องเร่งรัดแบ่งปันแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อแก้ปัญหานี้

สิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง(ในหลายอย่าง)ที่มีส่วนสนับสนุนให้แก้ปัญหาได้ คือเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของพื้นที่นั้นๆอย่างแข็งขัน เพื่อให้คนท้องถิ่นนั้นรู้ความเป็นมาอย่างเข้าใจ แล้วมั่นใจตนเองที่จะบริหารจัดการปกครองตนเองอย่างแข็งแรง

DAMRONG16-07-52

สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสด็จตรวจราชการมณฑลอุดร เท่ากับศูนย์อำนาจส่วนกลางควบคุมการปกครองท้องถิ่นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ส่งผลให้ท้องถิ่นขาดประสิทธิภาพปกครองตนเองแบบสมัยใหม่buy prozac fluoxetine online cytotec abortion pill buy online