หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันอังคารที่ 14 กรกฎาคม 2552

ประเทศที่มีวันหยุดประจำปีมากที่สุดในโลกอยู่ที่ไหน? ผมไม่รู้ แต่ไม่น่าจะมีที่ไหนมากกว่าประเทศไทย

ช่วงวันหยุดยาวหลายวัน ผมทำงานตามปกติ คือคุณขรรค์ชัย บุนปาน จัดรถตู้ให้เดินทางไปอุตรดิตถ์เพื่อสำรวจประวัติความเป็นมาของ ต. บ้านด่านนาขาม ในเขต อ. เมือง จ. อุตรดิตถ์ (ติดไปทางทิวเขาพลึง) ตามความต้องการของเทศบาลตำบลบ้านด่านนาขาม

ออกจากกรุงเทพฯ ไม่ได้ขึ้นตรงไปอุตรดิตถ์ แต่แวะทำธุระหาความรู้ 2 แห่งที่ อ. บางระกำ(พิษณุโลก) กับ อ. ศรีสัชนาลัย(สุโขทัย)

บางระกำ ผมไปที่วัดหนองตะเคียน หมู่ 9 บ้านหนองตะเคียน ต. หนองกุลา อ. บางระกำ จ. พิษณุโลก แวะคุยกับชาวบ้านที่พากันไปดูหลุมที่ทางวัดขุดค้นพบโครงกระดูกมนุษย์หลายโครง อายุราว 2,500 ปีมาแล้ว จัดอยู่ในยุคสุวรรณภูมิ มีเครื่องมือเครื่องใช้ เช่น ขวานหิน, ภาชนะดินเผา, และอื่นๆอีกมาก

โครงกระดูกที่วัดหนองตะเคียน ล้วนเป็นบรรพชน“คนไทย”ทุกวันนี้ แต่ที่สำคัญก็คือคนพวกนี้เป็นบรรพชนคนรัฐสุโขทัย หมายความว่าคนกลุ่มนี้มีลูกหลานสืบเนื่องมาต่อมาจนถึงหลัง พ.ศ. 1600 ก็ร่วมกับคนกลุ่มอื่นๆสถาปนารัฐสุโขทัยขึ้น

บรรพชนคนสถาปนารัฐสุโขทัยมีหลักแหล่งอยู่ทางลุ่มน้ำยมตั้งแต่ราว พ.ศ. 1 หรือมากกว่า 2,500 ปีมาแล้ว ดูได้จากโครงกระดูกที่วัดหนองตะเคียนนี้เอง รวมทั้งมีหลักฐานอื่นๆจากที่อื่นๆอีกมาก ผมเคยรวบรวมพิมพ์เผยแพร่ทั่วไป(มีรายละเอียดอยู่ในหนังสือ 2 เล่ม คือ แคว้นสุโขทัย รัฐในอุดมคติ โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2531 และพลิกประวัติศาสตร์แคว้นสุโขทัย บรรณาธิการโดย สุจิตต์ วงษ์เทศ พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2540)

ศรีสัชนาลัย ผมไปสะพานแขวน(แสนอุจาด)ข้ามแม่น้ำยมแห่งใหม่ ด้านทิศใต้ บริเวณวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ หรือวัดพระปรางค์เชลียง ตามที่เป็นข่าวหน้า 1 ของมติชน ดูแล้วทุเรศทุรังอย่างหาที่เปรียบมิได้เพราะไม่น่าสร้างตรงนั้นให้อุจาดบัดสี ขอขอบพระคุณผู้ว่าฯสุโขทัยที่สั่งระงับก่อสร้างแล้ว

แต่ยังไม่พอ ผมขอร้องให้มีกิจกรรมแบ่งปันเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับบริเวณเชลียง-ศรีสัชนาลัย ในประวัติศาสตร์ไทย จะได้เข้าใจถ่องแท้ แล้วช่วยกันพิทักษ์รักษาอย่าทำระยำซ้ำอีก

ใกล้ๆที่จะสร้างสะพานแขวน(แสนบัดซบ)นี้ เคยมีพลับพลาที่ประทับเจ้านายเสด็จมาที่วัดนี้ ผมเคยอาศัยนอนคราวไปสำรวจศึกษากับ“ขุนเดช”ตัวจริง เมื่อราว พ.ศ. 2510 แล้วได้พล็อตเรื่องขุนเดชในพลับพลาเพพังหลังนี้แหละมาเขียนเรื่องสั้นชุด“ขุนเดช”

จากศรีสัชนาลัยไปอุตรดิตถ์ แวะไหว้พระแท่นศิลาอาสน์ ดูใหม่เอี่ยมสะอาดสะอ้านดียิ่ง แต่ขาดเสน่ห์ความเก่าแก่ และไม่มีหนังสือประวัติ แม้ทำพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นไว้ก็ไม่มีเรื่องราวความเป็นมาท้องถิ่นซึ่งสำคัญมาก และมีพยานหลักฐานมาก ล้วนเกี่ยวข้องกับความเก่าแก่ราว 3,000 ปีมาแล้วของบริเวณนี้ ฉะนั้นควรพัฒนาพิพิธภัณฑ์นี้ให้ดีขึ้น

แล้วแวะไปไหว้พระบรมธาตุทุ่งยั้งที่อยู่ถัดไป แต่มีขบวนแห่นาคขวางถนน เลยลงจากรถเข้าไปยืนดูแห่ เขาเอานาคขี่คอคน แต่คนแบกนาคออกแดนซ์กระจายตามจังหวะเพลงจากแผ่นที่เปิดดังสนั่นดังเมืองจักแตก นาคอยู่บนคอคนแบกเอามือพนมถือดอกไม้ธูปเทียนหัวสั่นหัวคลอนเข้าจังหวะแดนซ์ที่มีผู้สาว-ผู้บ่าวร่ำสุราเต้นรำทำท่าหัวหกก้นขวิดสุดฤทธิ์สุดเดชทุเรศทุรัศ

ฝนตกตลอดทางตั้งแต่นครสวรรค์, พิจิตร, พิษณุโลก, สุโขทัย, อุตรดิตถ์ เลยทำงานไม่ได้ วันรุ่งขึ้นได้แต่นั่งในรถผ่านบ้านด่านนาขาม แล้วขึ้นไปเขาพลึง ถนนลื่น เลยกลับตามเส้นทางวังทอง(พิษณุโลก)-อินทร์บุรี(สิงห์บุรี) ฝนตกตลอดทางจนถึงกรุงเทพฯ

14-07-52

ทัศนอุจาด- เทศบาลเมืองศรีสัชนาลัย จ. สุโขทัย สร้างสะพานแขวนข้ามแม่น้ำยม สูง 34 เมตร ยาว 120 เมตร บดบังทัศนียภาพของพระปรางค์เก่าแก่ของวัดพระศรีรัตนมหาธาตุมหาวรวิหาร ในเขตอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ซึ่งเป็นมรดกโลก ทางผู้ว่าฯสุโขทัยสั่งระงับแล้ว (ภาพและคำบรรยายจาก มติชน ฉบับวันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2552 หน้า 1)
ถ้าไม่หยุดก่อสร้าง ก็หยุดเป็นเมืองมรดกโลกbuy fluoxetine canada avanafil order}