หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน 2552

การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงยิ่งต่อการแบ่งปันเผยแพร่ความรู้สาธารณะ


แต่ผู้เกี่ยวข้องความรู้ เช่น สถาบันการศึกษาต่างๆไม่ใส่ใจใช้เครื่องมือนี้เสริมสร้างชุมชนท้องถิ่นให้แข็งแรง ขณะเดียวกันผู้เกี่ยวข้องการท่องเที่ยวไทยไม่ต้องการความรู้ เลยไม่มีความรู้แบ่งปันนักท่องเที่ยว

กระจกของนักท่องเที่ยว ที่อาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ เขียนอ้างอิงผลการสำรวจความเห็นของนักท่องเที่ยวที่หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ทำขึ้น โดยมีความเห็นว่าสะท้อนความเปลี่ยนแปลงด้านการท่องเที่ยว(อย่างน่าแปลกใจ) ดูเหมือนจะส่อรสนิยมใหม่ที่นักท่องเที่ยวนอกจากสนองอารมณ์ตนเองแล้ว ยังอยากได้ความรู้เกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวมากขึ้นด้วย 

ปัญหามีอยู่ว่าผู้จัดการแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์โบราณคดี เช่น กรมศิลปากร, การท่องเที่ยว, อบจ., อบต., วัดวาอาราม, ฯลฯ ได้เข้าไปทำอะไรเพื่อให้การท่องเที่ยวเพิ่มพูนความรู้ขึ้นบ้าง 

“ไม่แต่เพียงทำป้ายอย่างเดียว ต้องคิดถึงข้อความในป้ายที่น่าอ่านกว่านี้ คิดถึงไก๊ด์ท้องถิ่นที่ได้รับการอบรมเพื่อเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวนั้นๆพอสมควร คิดถึงสื่อประเภทต่างๆ”—อาจารย์นิธิแนะนำ

มีชุมชนท้องถิ่นหลายแห่งมากที่ต้องการให้เขตของตนเป็นแหล่งท่องเที่ยว แต่พอเริ่มคิดก็เริ่มฝากชีวิตไว้กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)  หรือมิฉะนั้นก็“สร้าง”สิ่งปลอมปนเข้ามาในชุมชนท้องถิ่นนั้นตามแบบแผนของ ททท. ด้วยหลงไปว่านักท่องเที่ยวจะชื่นชอบเหมือนแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ เช่น เชียงใหม่, พัทยา, ภูเก็ต, สมุย, ฯลฯ รวมทั้งกรุงเทพฯ

แหล่งท่องเที่ยวทางอีสานไม่มีวันจะหรูหราฟู่ฟ่าฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยมีรายได้ระเบิดเทิดเถิงตามแบบ ททท. ได้ แต่ต้องเน้นลักษณะพิเศษทางสังคมวัฒนธรรมของท้องถิ่นที่ไม่ตกแต่งบิดเบือนปลอมๆ แล้วมีรายได้จาก “การท่องเที่ยวแบบพอเพียง เลี้ยงอาตมา” กินน้อย แต่แบ่งปันกันกินนานชั่วชีวิตและหลายชั่วอายุคนทั้งชุมชน

หมู่บ้าน, ตำบล, จังหวัดอื่นๆที่ไม่อยู่อีสาน แต่มีลักษณะเดียวกับอีสาน คือล้าหลังทางเทคโนโลยี แต่ทันสมัยในทรัพยากรท่องเที่ยวทางเลือก ยังมีเต็มไปหมดทั่วประเทศ ไม่ควรยึดแหล่งท่องเที่ยวประเภท Sun, Sand, Sea, Sex ของ ททท. เป็นต้นแบบ เพราะเป็นไปไม่ได้ แต่ต้องสร้างสรรค์บุคลิกของตัวเองขึ้นมาจากความจริงที่มีในท้องถิ่นนั้นๆ เพราะแต่ละท้องถิ่นมีทรัพยากรของตัวเองอยู่แล้ว และ“ขาย”ท่องเที่ยวทางเลือกได้จริงทั้งนั้น ขอเพียงอย่าโลภ

เช่น บ้านโคกไม้เดน และเมืองบน-เมืองล่าง (เขตติดต่อของ อ. พยุหะคีรี จ. นครสวรรค์ กับ อ. มโนรมย์ จ. ชัยนาท) มีทั้งโบราณศิลปวัตถุ, โบราณสถาน, ทิวเขาเตี้ยๆ, แม่น้ำลำคลองหลายสาย, ฯลฯ แล้วยังมีบริเวณโดยรอบต่อเนื่องไปทางตะวันออกถึงทางรถไฟสายเหนือ(เขต อ. ตาคลี จ. นครสวรรค์) มีแหล่งท่องเที่ยวเล็กๆกระจัดกระจายอีกนับไม่ถ้วน เพียงแต่ไม่มีใครเอาใจใส่แบ่งปันเผยแพร่จริงจังเท่านั้นเอง 

 “ท่องเที่ยวทางเลือกแบบพอเพียง เลี้ยงอาตมา” โดยแบ่งปันเผยแพร่ความรู้จะอยู่ได้ตลอดกาล 

ที่สำคัญคือ เห็นช้างขี้ อย่าขี้ตามช้าง ต้องเริ่มสร้าง “ความรู้”ก่อน ส่วน “ความเจริญ”ตามมาทีหลัง

coke hill25-06-52

ถ่ายจากบนยอดเขาปกล้น บ้านโคกไม้เดน ต. ท่าน้ำอ้อย อ. พยุหะคีรี จ. นครสวรรค์ มองเห็นโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่านบริเวณเมืองบน ยุคทวารวดี ราว 1,500 ปีมาแล้ว