หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน 2552

พ.ศ. 2507 อาจารย์ธนิต อยู่โพธิ์ อดีตอธิบดีกรมศิลปากร มีคำสั่งให้นักโบราณคดีไปขุดค้น-ขุดแต่งสถูปเจดีย์ยุคทวารวดี ที่บ้านโคกไม้เดน ต. ท่าน้ำอ้อย อ.พยุหะคีรี จ. นครสวรรค์

พ.ศ. 2508 กรมศิลปากร พิมพ์หนังสือสรุปรายงานการขุดค้น-ขุดแต่ง ชื่อว่า โบราณวัตถุสมัยทวารวดีแห่งใหม่ และรายงานการขุดค้นโบราณวัตถุสถาน ณ บ้านโคกไม้เดน อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ มีรูปถ่ายโบราณวัตถุที่ขุดพบจำนวนมากด้วย

โบราณวัตถุจากโคกไม้เดน อายุราวพันๆปีมาแล้ว จำนวนเท่าใดไม่มีใครรู้ เพราะยุคนั้นไม่ต้องแสดงให้ชุมชนรับรู้ แต่กรมศิลปากรขนทั้งหมดไปเก็บไว้ในคลังเก็บโบราณวัตถุของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โดยชุมชนยุคนั้นไม่มีโอกาสตรวจสอบ เพราะเป็นยุคเผด็จการทหารช่วงสฤษดิ์ต่อถนอม-ประภาส ต่อมาได้นำออกจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์พระนคร, ลพบุรี, กำแพงเพชร มีที่ลพบุรีมากที่สุด

อาจารย์ธนิตเป็นชาวหนองโพที่อยู่ถัดบ้านโคกไม้เดนไปทางทิศตะวันออก ราว 20 กิโลเมตร เป็นการกระทำเพื่อยกย่องชุมชนท้องถิ่นแถบนั้นอย่างเสมอต้นเสมอปลาย เห็นได้จากก่อนหน้านั้นท่านให้ครูยอแสง ภักดีเทวา เป็นหัวหน้าคณะครูละครฟ้อนรำ มีครูเสรี หวีงในธรรม เป็นต้น ไปถ่ายทอดการละเล่นเต้นกำรำเคียวจาก อ. พยุหะคีรี ไปเผยแพร่ทั่วประเทศเป็นที่ชื่นชมสืบมาจนบัดนี้

ตามหลักการสากลแล้วควรทำ site museum แสดงความเป็นมาตามหลักฐานโบราณคดีที่ขุดพบไว้ที่บ้านโคกไม้เดนนี้ แต่แนวทางปฏิบัติยุค พ.ศ.  2507-8 รัฐบาลสมัยนั้นยังไม่พร้อม และไม่เคยสร้างไว้ที่อื่นใดในประเทศไทย แม้ที่ขุดค้น-ขุดแต่งไล่เลี่ยกัน เช่น ที่เมืองคูบัว จ. ราชบุรี ก็ไม่มี จึงไม่ใช่ความผิดพลาดของกรมศิลปากรครั้งนั้น

ราวหลัง พ.ศ. 2540 หรือราว 30 ปีต่อมา กรมศิลปากรได้มาศึกษาค้นคว้าแล้วขุดค้น-ขุดแต่งบูรณปฏิสังขรณ์เพิ่มเติม แต่ไม่ได้“ทดแทนบุญคุณ”วิชาความรู้ ด้วยภาพถ่ายและคำอธิบาย แถมไม่เคยเผยแพร่วิชาความรู้ในคราวหลังนี้ให้ชุมชน รู้เรื่องเลย

กรมศิลปากรยุคปัจจุบันควร“ทดแทนบุญคุณ”ให้ชุมชนท้องถิ่นอย่างบ้านโคกไม้เดน ผมเคยเขียนแนะนำไว้แล้วเมื่อเดือนก่อนๆ เช่น ถ่ายรูปโบราณวัตถุทุกชิ้น แล้วเขียนคำอธิบายประวัติย่อมอบให้ชุมชนจัดแสดงนิทรรศการไว้ในอาคาร หรือศาลาวัดเขาไม้เดน เพื่อให้รู้ว่าบริเวณนั้นเคยพบโบราณวัตถุอะไรบ้าง? แล้วมีความหมายอย่างไร? ฯลฯ แต่กรมศิลปากรยังไม่คิดจะทำ

กรมศิลปากร ได้ทำสิ่งที่น่าเกลียดน่าชังทับซ้อนซ้ำเติมเข้าอีก เมื่อคณะทำงาน (อาสาสมัครด้วยทุนรอนส่วนตัวของแต่ละคนเฉลี่ยกัน) ให้วัดและชุมชนบ้านโคกไม้เดน ทำจดหมายขออนุญาตถ่ายรูปโบราณวัตถุจากบ้านโคกไม้เดนที่จัดแสดงในตู้ด้วยทุนรอนของตัวเองเพื่อเอาไปจัดแสดงให้วัดและชุมชนอย่างให้เปล่า และได้นัดหมายล่วงหน้าหลายวันกับเจ้าหน้าที่ตามระเบียบราชการทุกอย่าง

แต่พอขนเครื่องมือไปถึงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาตินั้น หัวหน้าผู้มีอำนาจอำมหิตไม่อนุญาตให้เปิดตู้ถ่ายโบราณวัตถุจากบ้านโคกไม้เดนแม้แต่ชิ้นเดียว ให้ถ่ายจากข้างนอกตู้เท่านั้น

นี่ไง จิตเดิมแท้หรือกมลสันดานของข้าราชการกรมศิลปากร โดยเฉพาะพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ส่งผลให้ไม่เคยประสบความสำเร็จในการจัดการพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทยนับแต่แรกอยู่ในความดูแลกรมศิลปากรเป็นต้นมา

โบราณศิลปวัตถุไม่ใช่สมบัติส่วนตัวของข้าราชการมีอำนาจในพิพิธภัณฑ์ แต่พวกมันทำอย่างที่มีคนภายนอกกล่าวขวัญว่า “หมาหวงก้างในรางหญ้า” คือค้นคว้าวิจัยด้วยตัวเองไม่ได้ เพราะไม่รู้เรื่อง แต่หวงห้ามไว้ไม่ให้คนอื่นทำอะไร

tree-maidan11-06-52

โบราณสถานสมัยทวารวดี ที่กรมศิลปากรขุดแต่งแล้วทิ้งไว้ ไม่สนใจแบ่งปันความรู้ให้ใครทั้งนั้น อยู่บริเวณวัดเขาไม้เดน บ้านโคกไม้เดน ต. ท่าน้ำอ้อย อ. พยุหะคีรี  จ. นครสวรรค์ สันนิษฐานว่า เดิมเป็นเจดีย์ทรงปราสาทยอด  อายุราว พ.ศ. 1100