หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน 2552

สุนทรภู่อยู่ในตระกูลพราหมณ์ผู้ดีมีสกุล เกิดในวังหลัง เพราะแม่เป็น“แม่นม” พระธิดาในกรมพระราชวังหลัง แสดงว่าแม่สุนทรภู่เป็น“เครือญาติ”ใกล้ชิดทางกรมพระราชวังหลัง ซึ่งทรงเป็น“หลาน”ของรัชกาลที่ 1

กรมพระราชวังหลัง เป็นโอรสกรมสมเด็จพระเทพสุดาวดี-พระนามเดิม สา “พี่สาว”คนโตของรัชกาลที่ 1 และเป็น“พี่สาว”ของกรมสมเด็จพระศรีสุดารักษ์ (พระพี่นางเธอองค์น้อยของรัชกาลที่ 1) ที่ทรงสถาปนาวัดชีปะขาวขึ้นใหม่ทั้งวัดในรัชกาลที่ 1 ครั้นถึงรัชกาลที่ 4 พระราชทานนามว่าวัดศรีสุดาราม

วังหลัง สถานที่เกิดของสุนทรภู่ อยู่ปากคลองบางกอกน้อยบริเวณโรงพยาบาลศิริราช เป็นวังของกรมพระราชวังหลังในรัชกาลที่ 1

วัดชีปะขาว ที่สุนทรภู่เรียนหนังสืออยู่ลึกเข้าไปในคลองบางกอกน้อย เรียกย่านบางขุนนนท์ ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นวัดศรีสุดาราม (อ่านรายละเอียดในพื้นที่สุวรรณภูมิสังคมวัฒนธรรม) อยู่ห่างจากวังหลังปากคลองบางกอกน้อยราว               2 กิโลเมตร

คลองบางกอกน้อย เป็นเส้นทางคมนาคมสำคัญมาแต่ยุคกรุงศรีอยุธยา-กรุงธนบุรี ครั้นถึงกรุงรัตนโกสินทร์ ในแผ่นดินรัชกาลที่ 1 คลองบางกอกน้อยเป็นย่านที่อยู่ของผู้ดีเสมือนสุขุมวิท ส่วนคลองบางกอกใหญ่ เป็นย่านธุรกิจการค้าเสมือนย่านเยาวราช-สีลม

สำนักเรียนวัดชีปะขาว(ศรีสุดาราม) เทียบได้กับโรงเรียนของผู้ดีมีตระกูลสมัยก่อน เช่น สวนกุหลาบ, เทพศิรินทร์, ฯลฯ พวกไพร่ข้าไม่มีโอกาสเข้าเรียนโดยลำพังได้เลย

โดยทั่วไปมักคิดง่ายๆว่าวัดคือสำนักเรียน ซึ่งไม่จริงทุกวัด มีวัดส่วนน้อยเฉพาะในเมืองเท่านั้นมีสำนักเรียน แต่ไม่รับนักเรียนทั่วไป จะรับเฉพาะลูกท่านหลานเธอผู้ดีมีตระกูลเท่านั้น

รายละเอียดพยานหลักฐานอื่นๆเกี่ยวกับสุนทรภู่ ซึ่งมีจำนวนมาก ให้ดูในเว็บไซต์ www.sujitwongthes.com

วัดศรีสุดาราม หรือวัดชีปะขาวทุกวันนี้ไม่มีสภาพของอารามร่มเย็นเป็นสุข หากมีแต่ความทุกข์รุ่มร้อนเพราะสิ่งก่อสร้างแออัดยัดเยียดยัวะเยียะหมดบรรยากาศสำนักเรียนอันสงบร่มเย็นของสุนทรภู่

วัดเทพธิดาราม ที่สุนทรภู่เคยบวชแล้วจำพรรษาตามศรัทธาของกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ(พระธิดาองค์โปรดในรัชกาลที่ 3 ที่ทรงสถาปนาวัดนี้) ก็หมดสภาพอารามร่มเย็นเช่นกัน เพราะทางวัดให้ความสำคัญต่อที่จอดรถยนต์มากกว่าแหล่งเรียนรู้สุนทรภู่

เคยมีผู้มีจิตศรัทธา เช่น มหาวิทยาลัยศิลปากร ฯลฯ จัดทำ E-Library แล้วจะขยับขยายจัดมิวเซียม“บ้านกวี” ที่กุฏิสุนทรภู่วัดเทพธิดาราม แต่ทางวัดไม่ต้องการความรู้เรื่องสุนทรภู่ เพราะต้องการเงินค่าเช่าจอดรถมากกว่า เลยไม่ทำ

ขณะนี้สังคมไทยในวัดกับนอกวัดไม่ต่างกัน คือ คว้าเงิน ไม่คว้าความรู้ คนรุ่นใหม่เลยตามอย่าง แล้วยอมรับการทุจริตเป็นสิ่งไม่ผิดอะไร ดังที่นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ วิตกอกใจ แต่วงการสงฆ์ไม่ยินดียินร้าย คอยรับจตุปัจจัยที่ถวายอย่างเดียว

18-06-52

(ซ้าย) สมเด็จพระบวรราชเจ้า กรมพระราชวังบวรสถานพิมุข (กรมพระราชวังหลัง) พระราชนัดดาในสมเด็จเจ้าฟ้า กรมพระศรีสุดารักษ์ (ขวา) สมเด็จพระโสทรเชษฐภคินี ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระผู้ทรงบูรณปฏิสังขรณ์วัดศรีสุดาราม (วัดชีปะขาว) (ภาพและคำอธิบายจากหนังสือศ รีสุดารักษนุสรณ์ ของ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2551)