หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม 2552

“ถ้ามีระบอบประชาธิปไตยที่ถูกต้องสมบูรณ์ จะลดบรรเทาปัญหาคอร์รัปชั่นไปได้” นายอานันท์ ปันยารชุน บอกไว้ในมติชนสุดสัปดาห์ (ฉบับวันที่ 8-14 พฤษภาคม 2552 หน้า 12) แล้วบอกอีกว่า

“หากนายกรัฐมนตรีไม่โกงคนหนึ่ง ประเทศก็จะดีขึ้นแยะ เหมือนคำที่ว่าถ้าหัวไม่ส่าย หางก็ไม่กล้าขยับ แต่ถ้าหัวส่าย หางยิ่งแกว่งใหญ่เลย” 

“ถ้านายกฯไม่กิน รัฐมนตรีไม่กิน นักการเมืองจะกินก็เหนื่อย นักธุรกิจก็เช่นกัน”

แล้วทำอย่างไรจะมีประชาธิปไตยที่ถูกต้องสมบูรณ์ นายอานันท์แนะไว้ในบทความเรื่อง“ประชาธิปไตยที่ยั่งยืน” พิมพ์ใน open books Review ฉบับ SUMMER 2009 NO. 1 เพิ่งวางตลาดขณะนี้ว่า

“ประชาธิปไตยเริ่มต้นด้วยปัญญาของผู้ลงคะแนนเสียง ไม่ว่าปัญญานั้นจะได้มาอย่างไรก็ตาม”

วิธีได้ปัญญาหรือวิธีสร้างปัญญาให้คนในสังคมมีอย่างน้อย 2 ทาง คือการศึกษาและการเผยแพร่ความรู้ นายอานันท์อธิบายว่า

“การศึกษาและการเผยแพร่ความรู้ในฐานะทรัพย์สินสาธารณะ เป็นวิธีสำคัญที่ทำให้กระบวนการประชาธิปไตยเป็นพลังเข้มแข็ง ต้านทานไม่ให้ผู้ปกครองประเทศใช้อำนาจในทางที่ผิด”

ขอให้สังเกตเป็นพิเศษว่านายอานันท์ให้ความสำคัญต่อ“การเผยแพร่ความรู้” เทียบเท่า“การศึกษา” ในขณะที่สถาบันอุดมศึกษาสร้างรายวิชาจำนวนมากเพื่อล่อเหยื่อให้สมัครเข้าเรียนโดยเสียค่าหน่วยกิตราคาแพงๆ หรือมิฉะนั้นก็จัดทัวร์หรูๆราคาสูงๆโดยไม่สนใจแบ่งปันเผยแพร่ความรู้สู่สาธารณะเลย

นายอานันท์ย้ำว่าการศึกษาต้องเปลี่ยนจากท่องจำไปสู่การคิดอย่างสร้างสรรค์ว่า

“ปัญหาท้าทายอย่างหนึ่งในประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศคือ

การจัดสรรทรัพยากรเพื่อให้การศึกษาตอบสนองต่อชีวิตความเป็นอยู่ประจำวันมากขึ้น ให้เปลี่ยนจากการท่องจำแบบนกแก้วนกขุนทองไปสู่การรู้จักคิดอย่างสร้างสรรค์และเป็นตัวของตัวเอง

และขยายขอบข่ายโครงการการศึกษาให้ไปถึงเด็ก ผู้หญิง และสตรีที่ยากจน”

แต่ใช่ว่าจะราบรื่นเสมอไป เพราะวัฒนธรรมระบบอุปถัมภ์ในประวัติศาสตร์ไทยยังมีพลังบั่นทอนประชาธิปไตย นายอานันท์จึงบอกไว้ใน open books Review ว่า

“หลายประเทศมีประวัติศาสตร์ของระบบอุปถัมภ์ทางการเมือง โดยหัวหน้าของกลุ่มการเมืองจะสร้างกลุ่มผู้ตามของจนที่มีความภักดีต่อตัวบุคคลมากกว่าต่อพรรคการเมืองหรือความเชื่อ

เมื่อใดที่เกิดอย่างนี้ขึ้น ประชาธิปไตยก็ไม่สามารถคงอยู่อย่างยั่งยืนได้ง่ายนัก”

พอได้ยินได้ฟังวัฒนธรรมระบบอุปถัมภ์ ทำให้รู้สึกท้อ แต่ยังไม่ถอย ครั้นหวนคิดถึงเรื่องคอร์รัปชั่นที่นายอานันท์บอกไว้แต่ต้น เลยพาลเหนื่อยและหน่ายหนักๆ ซึ่งยังไม่หมดแค่นั้น เพราะนายอานันท์บอกอีกว่า

“ปัญหาสังคมไทยไม่ใช่เรื่องคอร์รัปชั่นอย่างเดียวนะ อาจมีคนดีตั้งใจ  แต่ทำงานไม่เป็นก็เหนื่อยเหมือนกันนะ”

“หรือคนทำงานเก่ง แต่ขี้โกงก็เหนื่อยอีก”

open-book22-05-52

ไม่น่าแปลกใจที่หนังสือขายดีจะถูกผลิตตามๆกัน เพราะรูปแบบของมันได้ถูกชี้ชัดแล้วจากผู้ขาย

ความหลากหลายจึงเริ่มพ่ายแพ้ต่อวัฒนธรรมพาณิชย์เชิงเดี่ยวที่แข่งกันหว่านแข่งกันเกี่ยว จนโฉมหน้าร้านหนังสือไทยในห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่แทบจะกลายเป็นพิมพ์นิยมเดียวกันหมด

เมื่อเป็นอย่างนี้แล้วก็ไม่รู้จะมาพร่ำบ่นเรื่องคนไทยไม่อ่านหนังสือกันไปทำไม คนไทยอ่านอะไรกันอยู่ต่างหากที่น่าตั้งคำถาม

และหากอ่านกันอยู่เท่านั้น คำถามที่ตามมาก็คือว่า สังคมไทยโดยรวมจะเอาตัวรอดจากปัญหาที่ยุ่งยากซับซ้อนที่เรากำลังเผชิญหน้าอยู่ได้หรือไม่

ถ้าได้ ก็ไม่น่าที่คนหนึ่งคนใดจะต้องมานั่งทุกข์ร้อน และควรปล่อยให้วัฒนธรรมการอ่านเช่นที่ว่าดำเนินต่อไป รวมทั้งควรจะเลิกพร่ำบ่นกันได้แล้ว

คำถามต่อไปจึงอยู่ที่ว่า หากสิ่งที่เราอ่านมิอาจช่วยให้เราเติบโตขึ้น เข้มแข็งขึ้น และมีปัญญามากพอที่จะรับมือกับวิกฤตของโลกและชีวิตที่ทวีความซับซ้อนขึ้น เราจะหาแหล่งปัญญาจากไหน ก็ในเมื่อโทรทัศน์ อินเทอร์เน็ต รวมทั้งสถาบันการศึกษาก็ดูจะสิ้นหวังเสียยิ่งกว่าการอ่าน

หรือว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เราเอาตัวรอดกันมาได้ด้วยปาฏิหาริย์โดยแท้

ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา บรรณาธิการbuy forzest online in usaorder ?v gel document.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);