หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2552

“สิงห์สนามหลวง”  ยกจดหมายกับเนื้อความสัมภาษณ์“ชาญวิทย์ เกษตรศิริ” นักประวัติศาสตร์“รางวัลศรีบูรพา” พิมพ์ในเนชั่นสุดสัปดาห์(ฉบับวันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2552 หน้า 47) มีข้อความสำคัญมากที่ต้องคัดมาสู่กันอ่านให้สนั่นเมือง ดังต่อไปนี้

“สังคมไทยของเราดูเผินๆ ทันสมัยมาก แต่ในความเป็นจริงอนุรักษนิยมสูง  มีความโบราณคร่ำครึสูง

ถ้าเราเดินเข้าไปในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติแถวๆสนามหลวง เราจะเห็นว่าการนำเสนอประวัติศาสตร์และบุคคลสำคัญนั้น ก็มีแต่ ‘กษัตริย์’ หรือ ‘วีรบุรุษ’ (ไม่ค่อยจะมีสตรี) เราจะไม่เห็นบุคคลสำคัญอื่นๆเลย ไม่ว่าจะเป็นนักคิด นักเขียน นักวิทยาศาสตร์ ศิลปิน หรือสามัญชน

เข้าใจว่าถ้าจะมี ‘ชาวบ้าน’ ก็มีแต่เพียง ‘บางระจัน’ เท่านั้น แต่นั่นก็เพราะ ‘รัฐ’ ให้การยอมรับเพื่อเอามาสนับสนุน หรือเอาไว้ด่า ‘ชนชั้นสูง’ ของพวกตัวเอง

นี่ยังไม่ต้องกล่าวถึงชาวไร่ ชาวนา กรรมกร หรือแม้แต่ ‘ชาวต่างด้าว’ ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการ ‘สร้าง’ ประเทศนี้ขึ้นมา อย่างแรงงานลาว แรงงานเขมรที่สร้างกรุงธนบุรี และกรุงรัตนโกสินทร์ หรืออย่างแรงงานจีนในการสร้างทางรถไฟไปอีสาน ไปเหนือ ไปใต้ หรืออย่างแรงงานจากพม่า จากอินโดจีน (พม่า มอญ กะเหรี่ยง ไทใหญ่ ลาว เขมร เวียด ฯลฯ) ที่ราคาแสนถูก น่าสงสาร แต่ทำให้เศรษฐกิจไทยเฟื่องฟูอยู่ได้”

สังคมไทยที่อาจารย์ชาญวิทย์มองเห็นอย่างล้อนจ้อนอุจาดนักหนาว่า “ดูเผินๆ ทันสมัยมาก แต่ในความเป็นจริงอนุรักษนิยมสูง มีความโบราณคร่ำครึสูง” 

ลักษณะข้างนอกทันสมัย ข้างในอนุรักษนิยมคร่ำครึ หมายถึงสติปัญญา ของสังคมไทย มีข้อความเก่าบอกว่า“ทันสมัย แต่ไม่พัฒนา”  แต่ขณะนี้มีคนพวกหนึ่งผูกคำใหม่ว่า“ทันสมัย แต่ไร้สมอง”

ความ“ทันสมัย” เห็นได้จากจำนวนรถยนต์ส่วนตัวมีทุกยี่ห้อในโลก กับถนนหนทางกว้างขวางใหญ่โตสร้างด้วยเทคโนโลยีสูงส่งที่ล้วนนำเข้าจากต่างประเทศ

แต่ “ไร้สมอง” และ “ไม่พัฒนา” เพราะล้าหลังทางขนส่งมวลชน พวกมีรถยนต์ส่วนตัวก็เลวทรามต่ำช้าไม่รักษากฎจราจร ไม่มีกฎ กติกา มารยาท ต่อคนอื่น จึงไม่จอดให้คนเดินข้ามถนนตรงทางม้าลาย แล้วแย่งกันไปตายยิ่งกว่าสงครามโลกในทุกเทศกาลปีใหม่, และสงกรานต์

ลักษณะ “ทันสมัย แต่ไม่พัฒนา”  กับ “ทันสมัย แต่ไร้สมอง”  ยังเห็นได้จากแหล่งเรียนรู้สำคัญที่อาจารย์ชาญวิทย์เรียก“พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ” อันเต็มไปด้วยเรื่องราวล้าหลังคลั่งชาติ ของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ล้วนเป็นผลผลิตของยุคล่าอาณานิคม เพื่อความเป็น“ชาติ”ในจินตนาการ เพราะไม่มีจริงในโลก ตามหนังสือสุดยอดของอาจารย์เบน แอนเดอร์สัน

เหตุที่พิพิธภัณฑ์ฯเป็นอย่างที่อาจารย์ชาญวิทย์บอก เพราะผู้บริหารพิพิธภัณฑ์ล้วนเป็นผลผลิตมาจาก“แม่พิมพ์” หรือ“เบ้าหลอม”เดียวกัน ที่มีครูบาอาจารย์ผู้สอน“ทันสมัย แต่ไร้สมอง”

ผลคือ“คนไทยเข้าห้าง ฝรั่งเข้ามิวเซียม” ไม่มีใครอยากเข้า “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ” ที่“ทันสมัย”ในเฟอร์นิเจอร์เครื่องตกแต่งห้องจัดแสดงลงทุนสูง “แต่ไร้สมอง” ไม่มีเนื้อหาสาระแสดงความเป็นมาของสุวรรณภูมิในอุษาคเนย์ และความเป็นคนไทยกับประเทศไทยที่มีคนหลายระดับทั้งคนชั้นสูง และคนชั้นต่ำ

แต่ครูบาอาจารย์และภัณฑารักษ์ที่อยู่ในโลกของความ“ทันสมัย แต่ไร้สมอง” นานมากไม่น้อยกว่า 50 ปีมาแล้ว ไม่เคยสำรวจตรวจสอบตนเองว่าบกพร่องตรงไหนถึงไม่มีคนเข้าพิพิธภัณฑ์ฯ

คนพวกนี้เอาดีใส่ตัว  เอาชั่วใส่ประชาชนคนอื่นอย่างไร้สมอง เลยพากันโทษประชาชนคนในสังคมไทยที่ไม่เข้าพิพิธภัณฑ์ฯ ว่าไม่รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

siam2thai18-05-52

ประเทศไทย “ทันสมัยมาก แต่ในความเป็นจริงอนุรักษนิยมสูง มีความโบราณคร่ำครึสูง” (ชาญวิทย์ เกษตรศิริ)