หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม 2552

ราชสำนักโบราณก่อนสมัยกรุงศรีอยุธยายกย่องประเพณีเซิ้งของชุมชนชาวบ้านไปปรุงให้ประณีตเพื่อใช้ในการละเล่นระเบ็ง หรือโอละพ่อ

สมมุติผู้เล่นกลุ่มหนึ่งเป็นกษัตริย์มาจากหลายเมือง ต่างก็ถืออาวุธคือคันศร         และลูกศรแล้วพร้อมกันเดินทางจะไปเฝ้าพระอิศวรที่เขาไกรลาส แล้วถูกขัดขวางจาก         ผู้มีฤทธิ์ที่สาปจนสลบไปทั้งหมด ในที่สุดผู้มีฤทธิ์สงสารจึงถอนคำสาปให้กษัตริย์ต่างๆฟื้นขึ้นมาแล้วพากันกลับบ้านกลับเมืองของตน

การละเล่นชุดนี้มีเครื่องมือตีประกอบอย่างเดียวคือฆ้อง 3 ใบเถา ที่เรียกกันต่อมาว่าฆ้องระเบ็งหรือฆ้องราวเพื่อตีเป็นเสียง “สูง-กลาง-ต่ำ” กำกับจังหวะร้อง (หรือเซิ้ง) และรับร้องของผู้เล่น ซึ่งเริ่มด้วยบทถวายบังคมว่า

โอละพ่อถวายบังคม                โอละพ่อประนมกรทั้งปวง
โอละพ่อบัวตูมทั้งปวง             โอละพ่อบัวบานทั้งปวง
โอละพ่อกลับซ้ายไปขวา         โอละพ่อกลับขวามาซ้าย
โอละพ่อกลับหน้าเป็นหลัง      โอละพ่อกลับหลังเป็นหน้า

ฯลฯ

เพราะบทระเบ็งมักขึ้นต้นด้วยคำว่า “โอละพ่อ” บางทีจึงเรียกการละเล่นชุดระเบงนี้ว่า “โอละพ่อ”

ต่อจากนั้นเป็นบทเดินดงหรือชมดงว่า

โอละพ่อเทวัญมาบอก             โอละพ่อยกออกจากเมือง
โอละพ่อจะไปไกรลาส            รักแก้วข้าเอยจะไปไกรลาส
รักพี่ข้าเอยจะไปไกรลาส          รักน้องข้าเอยจะไปไกรลาส
รักแก้วข้าเอยจะไปชมนก          รักแก้วข้าเอยจะไปชมไม้
รักพี่ข้าเอยจะไปชมไม้            รักน้องข้าเอยจะไปชมไม้

ต่อจากนั้นก็ถึงบทปะทะหรือรบ และบทสาป แล้วจบลงด้วยบทคืน

วิธีเล่นไม่ซับซ้อน ให้ผู้เล่นต้นเสียงคนหนึ่งร้องนำขึ้นก่อนว่า “โอละพ่อถวายบังคม” แล้วผู้เล่นทั้งหมดร้องรับทวนซ้ำเป็นลูกคู่ขึ้นพร้อมกัน พร้อมกับทำท่าถวายบังคม

เมื่อจบคำร้องแต่ละวรรค ผู้บรรเลงจะตีฆ้อง 3 ใบเถา ไล่จากเสียงต่ำไปหาสูง และจากเสียงสูงลงมาหาต่ำ เป็นหนึ่งชุดทุกวรรค

ต่อจากนั้นต้นเสียงเริ่มร้องวรรคต่อไป ผู้เล่นทั้งหมดก็ร้องรับเป็นลูกคู่ทวนซ้ำพร้อมกันเหมือนเดิม แล้วลุกขึ้นยืนยกเท้าย่างก้าวเข้าจังหวะแสดงกิริยาตามคำร้อง

กิริยาที่แสดงออกมาก็ง่ายๆ คือตีลูกศรลงบนคันศรตามจังหวะยกเท้าขวา แล้วเงื้อลูกศรเมื่อยกเท้าซ้าย โดยปฏิบัติต่อเนื่องกันเพียงเท่านี้

เมื่อถึงบทถูกสาปให้สลบ ก็ให้ผู้เล่นทุกคนลงนอนทำท่าเหมือนสลบ เมื่อถอนคำสาปให้ฟื้น ผู้เล่นก็ลุกขึ้นมาเพื่อเตรียมทำท่าเต้นตามบทต่อไป

คำร้อง (เซิ้ง) ระเบ็ง คือภาษาร่ายเสรีที่ไม่เน้นสัมผัสระหว่างวรรค ส่วนระเบียบและทำนองร้องนำ แล้วมีลูกคู่ร้องทวน ก็คือประเพณีเซิ้งของชุมชนชาวบ้านตระกูลไทย-ลาวลุ่มแม่น้ำโขง ที่ยังมีเหลืออยู่ทุกวันนี้นั่นเอง เช่น เซิ้งบั้งไฟ

w-331-7-05-52

เซิ้งบั้งไฟ เป็นต้นแบบให้ระเบ็ง หรือโอละพ่อ เป็นการละเล่นศักดิ์สิทธิ์ในราชสำนักโบราณตั้งแต่ก่อนกรุงศรีอยุธยา