หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 27 เมษายน 2552

ระบบอุปถัมภ์ครอบงำสังคมไทยมายาวนานมาก จนหยั่งรากลึกเกินกว่าใครจะหยั่งรู้ ว่าทำอย่างไรจะถอนรากถอนโคนได้

เหตุที่ต้องกำจัดก็เพราะระบบอุปถัมภ์ทำให้สังคมไทยไม่มีความเป็นธรรม, ไม่มีความเสมอภาค, ไม่มีความเท่าเทียมในฐานะเป็นคนด้วยกัน

ทุกวันนี้มีคนจำนวนไม่น้อยเชื่อว่าคนชั้นนำจำนวนน้อยเท่านั้นที่ได้ประโยชน์อย่างยิ่งจากระบบอุปถัมภ์ ในจำนวนน้อยนั้นมีอำมาตย์ใช้งานระบบอุปถัมภ์อย่างมีประสิทธิภาพต่อเนื่องมานานทีเดียว จนเป็นที่รู้ทั่วไปในนาม อำมาตยาธิปไตย

ความขัดแย้งในสังคมไทยที่ทวีความรุนแรงจนอาจควบคุมไม่ได้ต่อไปข้างหน้า ล้วนมีเหตุสำคัญอย่างหนึ่งจากระบบอุปถัมภ์(เหตุอื่นๆก็มีด้วย แต่ไม่จำเป็นต้องยกมาตอนนี้) ทำให้เสียงตะโกนดังๆมีมากขึ้นเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม, ความเสมอภาค, ความเท่าเทียมในฐานะเป็นคนด้วยกัน

จะชอบหรือจะชังก็ต้องฟังเสียงตะโกนเหล่านั้นอย่างมีสติ แล้วพิจารณาร่วมกันอย่างอ่อนน้อมถ่อมตัว เพื่อกำจัดความขัดแย้งหรือให้ลดความรุนแรงลง

การศึกษาเป็นเครื่องมือสำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง ใช้ต้านทานระบบอุปถัมภ์ได้(แม้ต้องการเวลานานมากก็ตาม) ซึ่งใครๆก็รู้ แล้วรู้มาก่อน รู้มานานแล้วด้วย แต่ทำไม่สำเร็จ เพราะการศึกษาที่ผ่านมาสั่งสอนให้ยอมจำนนเป็นคนเชื่องๆเหมือนสัตว์เลี้ยงของคนชั้นนำ

การศึกษาที่ใช้ต้านทานระบบอุปถัมภ์ได้จริง(ผมจำจากครูบาอาจารย์ผู้ใหญ่ว่า) ต้องสั่งสมความคิดให้คนกบฏ(ต่อการครอบงำ) และกล้ายืดอกออกปฏิบัติการทางสังคม ไม่ใช่เพื่อปลดปล่อยตัวเองอย่างเดียว แต่ต้องกล้าปลดปล่อยคนอื่นด้วย

ปลดปล่อยอย่างแรกสุด คือเรื่องความเป็น คนไทย ให้เหลือแค่ความเป็น คน” เฉยๆเท่านั้น ไม่มี ไทย

ความเป็น คน” จะเสมอภาคกัน เพราะต่างเป็น คน ด้วยกัน

แต่ความเป็นคนไทยไม่เสมอภาค เนื่องจากผู้มีอำนาจสร้างกฎเกณฑ์มากีดกันว่ามีไทยแท้กับไทยไม่แท้ แล้วยังไทยแถวไหนอีกต่างหาก ถ้าแถวถนนสุขุมวิท หรือถนนสีลมในกรุงเทพฯ ก็มีอภิสิทธิ์มากกว่าคนอื่น ถ้าไทยถนนมิตรภาพไปทางขอนแก่น, อุดร, หนองคาย ฯลฯ ก็แย่หน่อย ต่ำหน่อย ยิ่งเป็นคนไทยถนนเพชรเกษมลงไปถึงยะลา, ปัตตานี, นราธิวาสก็เจ๊งเลย ไม่เหลืออะไรเลย

ประวัติศาสตร์ไทย, ภาษาไทย, วรรณคดีไทย, รวมเป็นวัฒนธรรมไทย เหล่านี้ ถ้ารู้ไม่แตกฉานมากพอ ก็ล้วนเป็นเครื่องมือสนับสนุนยกย่องเชิดชูบูชาระบบอุปถัมภ์

แต่ถ้ารู้อย่างแตกฉานจะเป็นแก่นสารให้รู้คิดมีจิตสำนึกสาธารณะ มีความเป็นธรรม, มีความเสมอภาค, มีความเท่าเทียมในฐานะเป็นคนด้วยกัน ล้วนสนับสนุนระบอบประชาธิปไตย

ครั้นเหลียวมองการศึกษาที่รัฐบาลนี้ประกาศปฏิรูป(ครั้งที่ 2) มีผู้เชี่ยวชาญการศึกษาประเมินผลงานได้แค่ 25  จาก 100 คะแนน เพราะส่วนใหญ่ยึดติดกับระบบราชการประจำ เลยยังไม่ได้ลงลึกขั้นปฏิบัติ (มติชน ฉบับวันพุธที่ 22 เมษายน 2552 หน้า 22) เท่ากับระบบอุปถัมภ์ยังมีพลังครอบงำสูงส่งเหมือนเดิม

ฉะนั้นความขัดแย้งที่มากด้วยความรุนแรงย่อมรออยู่ข้างหน้าไกลแค่เอื้อมเท่านั้น

27-04-52

หนังสือ “จีนกับโลกมลายู” โดย นิรอมลี นิมะ เล่มนี้ เป็นการรวบรวมและเรียบเรียงข้อมูลจากหนังสือที่นักประวัติศาสตร์และนักวิชาการที่ได้เขียนไว้

ข้อมูลส่วนใหญ่ได้มาจากหนังสือ ความสัมพันธ์ระหว่างอาณาจักรมลากากับราชวงศ์หมิงในคริสต์ศตวรรษที่ 15 ที่เขียนโดย ศาสตราจารย์เหลียง ลิจิ และหนังสือสมุทรยาตราของเจิ้งเหอ และโลกมลายูที่เขียนโดย ศาสตราจารย์ กง หยวนซิ

ท่านทั้งสองเป็นนักวิชาการชาวจีนที่มีความรู้และเชี่ยวชาญในเรื่องอารยธรรมและวัฒนธรรมมลายู และท่านทั้งสองได้เขียนหนังสือด้วยภาษามลายู เรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับโลกมลายู ซึ่งมีมานานกว่า 3,000 ปี

นับว่าเป็นประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างคนสองเชื้อชาติที่มีมายาวนานและน่าสนใจ โดยเฉพาะข้อมูลหลักฐานที่ใช้อ้างอิงเป็นเอกสารประวัติศาสตร์ราชวงศ์จีน ที่ได้บันทึกเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสมัยราชวงศ์นั้น และจากหนังสือที่เขียนโดยนักเขียน นักวิชาการชาวจีนที่มีชื่อเสียง ได้เขียนไว้ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ ไม่ได้เขียนประวัติศาสตร์ขึ้นมาเองภายหลัง เมื่อเหตุการณ์ได้ผ่านพ้นมานานแล้ว ซึ่งอาจผิดพลาด ผิดเพี้ยน หรือเป็นความรู้สึกส่วนตัวของผู้เขียน (เล่มละ 150 บาท)