หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับประจำวันพุธที่ 15 เมษายน 2552

ผลสอบโอเนต ม. 6 ปีนี้ คณิตศาสตร์-วิทยาศาสตร์-ภาษาไทย-สังคมศึกษา คะแนนยังต่ำกว่าปี 2551 ที่สำคัญเฉลี่ยทั้ง 4 ปี ยังต่ำกว่า 50 %

นางอุทุมพร  จามรมาน ผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ(สทศ.)  มองว่าปัจจัยที่ส่งผลให้คุณภาพนักเรียนทั่วประเทศตกต่ำลงทุกปี เกิดจากระบบการเรียนการสอนของไทยมุ่งแต่การพัฒนาเฉพาะจุด   โดยไม่ยอมมองภาพรวม

ครูผู้สอนแต่ละวิชาไม่มีคุณภาพ, สอนไม่ตรงกับวุฒิการศึกษา, การพัฒนาแบบเรียนและหนังสือเรียนที่ไม่ได้คุณภาพ

รวมทั้งการทำงานของกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) กับหน่วยงานระดับปฏิบัติไม่ไปในทิศทางเดียวกัน

ที่ยกมาทั้งหมด ตั้งแต่ย่อหน้าแรกข้างบนสุด  เป็นถ้อยคำของผู้อำนวยการ สทศ. พิมพ์อยู่ในมติชน (ฉบับวันอังคารที่ 7 เมษายน 2552 หน้า 1 และหน้า 5) แล้วยังบอกต่อไปอีกว่า

“อยากเรียกร้องภาครัฐตื่นตัว และหันมาจริงจังกับการพัฒนาคุณภาพการเรียนของเด็กไทย และเลิกโทษว่าออกข้อสอบยากเกินไป เด็กถึงได้คะแนนน้อย”

ประเด็นสำคัญตอนนี้อยู่ที่“ระบบการเรียนการสอนของไทย มุ่งแต่การพัฒนาเฉพาะจุด  โดยไม่ยอมมองภาพรวม”

เพิ่งอ่านบทความของอาจารย์นิธิ  เอียวศรีวงศ์ ในมติชนสุดสัปดาห์ (ฉบับประจำวันที่ 3-9 เมษายน 2552 หน้า 26) มีข้อความตอนหนึ่งบอกเป็นนัยว่า ถ้ามีความรู้เฉพาะจุด  มีแต่ความรู้ศาสตร์เฉพาะด้าน  ไม่ใช่จะวิเศษกว่าคนอื่น(นะโว้ย) แต่ย่อมเป็นอันตรายด้วยซ้ำ
เพราะ “ถ้าคุณมีเครื่องมืออย่างเดียวคือ ค้อน คุณย่อมมองปัญหาทั้งหลายในโลกเป็นตะปูไปหมด”

จากการอ่านข้อเขียนของอาจารย์นิธิ  ทำให้น่าสงสัยว่า เหตุที่ครูผู้สอนตามโรงเรียนทั่วประเทศ   มุ่งแต่การพัฒนาเฉพาะจุด  โดยไม่ยอมมองภาพรวม คงเนื่องมาจากการศึกษา“ศิลปศาสตร์” ในประเทศไทย ตรงกับภาษาอังกฤษว่า Liberal Arts ที่ถูกทำให้เซื่องๆแบบไทยไปเสียฉิบ เพราะชื่อนี้ควรแปลว่า “เสรีศาสตร์” ที่มองความรู้เป็นองค์รวม  หากไปแบ่งแยกความรู้ออกเป็นส่วนๆ  แล้วรู้เฉพาะจุด  ก็ไม่มีวันทำให้เข้าใจความเป็นจริงของสิ่งใดได้เลย

ผลออกมา คือคุณภาพการศึกษาต่ำลงทุกปีอย่างที่เป็นข่าว

ถ้าอย่างนั้นควรเน้นการศึกษา “เสรีศาสตร์” ให้ตรงตามเป้าหมาย คือเป็นเรื่องของทักษะ จะดีไหม?

อาจารย์นิธิเขียนอธิบายไว้แล้วว่า “เสรีศาสตร์”สอนในเมืองไทยไม่ได้  เพราะอุดมคติการศึกษาไทยและนักการศึกษาไทย ไม่ได้ต้องการให้ใครเสรี  หรือมีเสรีภาพ เราจึงได้แค่แปล Liberal Arts มาเป็น “ศิลปศาสตร์” แต่เป็นศิลปศาสตร์ที่ไม่เสรี

“ถึงพยายามฟื้นฟูกลับมาสอนกันใหม่ ก็จะเป็นศาสตร์เซื่องๆที่น่าเบื่อหน่ายแก่ทั้งผู้สอนและผู้เรียน”

นักเรียนก็มีผลสอบตกต่ำเหมือนทุกๆปีที่ผ่านมา  ผู้อำนวยการฯก็ออกมาแสดงความเห็นเป็นห่วงบ่วงใยเหมือนทุกๆปี จนเป็นประเพณีที่ไม่มีใครปฏิบัติ

coffee15-04-52

“ผมนั่งตรงมุมกำแพงรอบเจดีย์ มองดูยอดเจดีย์สีทองสุกอร่าม มีท้องฟ้าและเมฆเป็นฉากหลังนั่งไปนั่งมารู้สึกว่าเปลือกตามันหนักๆ ยกไม่ค่อยขึ้น เลยถือโอกาสนั่งสมาธิ ทำจิตให้นิ่งๆ จับภาพไปที่ปลายจมูก พิจารณาลมหายใจเข้า-ออกช้าๆ ตามดูความรู้สึกของตัวเอง เห็นความรู้สึกของตัวเอง เห็นความอยากของตัวเอง เห็นไก่ทอดร้านตุ๋ย เทพาที่เมืองทองธานีลอยมา

แสดงว่าจิตเรายังไม่นิ่ง ถ้าจิตเรานิ่งจะมีภาพข้าวเหนียวตามมาด้วย”