หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน 2552

บริเวณปราณบุรี-สามร้อยยอด-กุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีแม่น้ำสายเล็กใหญ่ 2 สายไหลจากเทือกเขาทางตะวันตก พรมแดนไทย-พม่า ไปทางตะวันออกลงอ่าวไทย คือ แม่น้ำปราณบุรี กับแม่น้ำกุยบุรี จึงนับเป็นเส้นทางคมนาคมข้ามภูมิภาคจากอ่าวไทยไปอันดามัน

แม่น้ำปราณบุรียังกว้างขวางใช้การได้ แต่แม่น้ำกุยบุรีเป็นอย่างไร ผมพยายามเดินทางขึ้น-ล่องไปดูหลายเที่ยว แต่ไม่เห็นร่องรอยความเก่าแก่ที่เหลืออยู่ คงมีอยู่ในเอกสารเล่มสำคัญเท่านั้น คือ

พงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับวันวลิต พ.ศ. 2182 กล่าวถึง เจ้าอู่ โอรสจักรพรรดิจีนถูกเนรเทศทางทะเลไปขึ้นบกที่ปัตตานี สร้างเมืองปัตตานี, เมืองลังกา สุกะ, แล้วแล่นเรือเลียบชายฝั่งขึ้นมาสร้างเมืองละคร (นครศรีธรรมราช) แล้วขึ้นมาถึงเมืองกุย

มีข้อความในเอกสารว่าเจ้าอู่ได้สร้างเมืองกุย แล้วประทับที่นี่เพื่อค้าขายกับเมืองจีนจนได้รับความดีความชอบเป็นท้าวอู่ทอง แล้วขึ้นไปสร้างเมืองเพชรบุรี หรือเมืองพริบพรี มีข้อความดังนี้

“พระองค์ได้ปกครองเมืองลีคร และจัดการให้มีทุกสิ่งทุกอย่าง และเสด็จต่อไปจนถึงกุย(Cuij) และถึงแม้พระองค์ทรงพบว่าเป็นแต่เพียงป่าก็ตาม พระองค์ยังทรงสร้างเมืองใหม่ขึ้นอีกแห่งหนึ่ง และทรงประทับอยู่ที่เมืองอยู่ตลอดมา

ในเวลานั้น มีเรือสำเภาจากจักรพรรดิจีนสองลำมาปรากฏที่เมืองกุย และมีข่าวเข้าหูเจ้าอู่ว่านายเรือ (annachodas) และพ่อค้าจีนยินดีที่จะได้รับไม้ฝาง พระองค์จึงใช้วิเทโศบายให้ไม้ฝางแก่บุคคลดังกล่าวเป็นจำนวนมากเท่าที่เรือทั้งสองลำจะบรรทุกไปได้

ดังนั้น พวกพ่อค้าจึงกลับเมืองจีนไปด้วยความปีติอย่างล้นพ้น เมื่อมาถึงเมืองจีน ก็ได้รายงานให้พระจักรพรรดิทราบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและไม้ฝางซึ่งได้มาเป็นของกำนัล

พระจักรพรรดิทรงปีติเป็นอย่างมากที่ได้ไม้ฝางเป็นกำนัล จึงยกพระธิดาพระนามว่านางปะคำทอง (Nangh Pacham Tongh) ให้อภิเษกกับเจ้าอู่ พระองค์ได้จัดพิธีส่งพระราชธิดาอย่างเอิกเกริก นอกจากนี้ยังพระราชทานนามเจ้าอู่ว่า ท้าวอู่ทอง เพื่อเป็นรางวัลอีกด้วย

หลังจากที่เจ้าอู่ ซึ่งมีพระนามใหม่ว่าท้าวอู่ทองครองราชสมบัติอยู่ที่เมืองกุย กับพระมเหสีธิดาจักรพรรดิจีนชั่วระยะเวลาอันสั้น พระองค์ก็ตัดสินพระทัยที่จะตั้งบ้านเมืองในประเทศสยามให้ดีกว่านี้ เมื่อได้ทราบข่าวว่ามีโอกาสที่จะทำได้ พระองค์ก็ทรงเดินทางออกจากเมืองกุย (Cuij) และสร้างเมืองอื่นๆขึ้น เมืองแรกได้แก่ พริบพรี (Pijprij)”

ร่องรอยอย่างนี้แสดงว่า ชื่อท้าวอู่ทอง ไม่มีตัวตนจริง แต่เป็นสัญลักษณ์ของพ่อค้าสำเภาจากเมืองจีนแถบกวางตุ้ง-กวางสี-ไหหลำ

ส่วนบริเวณเมืองกุย-ปราณบุรี-สามร้อยยอด เป็นย่านการค้าสำเภาสำคัญมากในช่วงเวลาราวหลัง พ.ศ. 1700 เพราะมีเส้นทางข้ามภูมิภาคออกด่านสิงขร ไปเมืองมะริด ลงทะเลอันดามัน (ตามที่อธิบายเมื่อวานนี้) ทำให้มีบ้านเมืองเกิดใหม่มากมาย เช่น เมืองเพชรบุรี สอดคล้องกับหลักฐานอื่นๆ  เช่น ตำนานพระธาตุนครศรีธรรมราช และปราสาทกำแพงแลงที่จังหวัดเพชรบุรี

ถ้าอยากได้ข้อมูลมากกว่านี้ ลองติดต่อสอบถามลาเอนาตู รีสอร์ตที่ร่วมโครงการเศรษฐกิจสดใส ไปเที่ยวช่วยชาติ อย่างประหยัดๆ ที่ปราณบุรี-สามร้อยยอด

ท้องถิ่นปราณบุรี-สามร้อยยอด-กุยบุรี ควรร่วมกันศึกษาค้นคว้าประวัติศาสตร์ท้องถิ่นซึ่งมีมากกว่าที่ผมเขียนบอกมานี้ เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว“ช่วยชาติ” กับกระตุ้นให้ท้องถิ่นแข็งแรง และมีพลังรับมือเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลกได้

ad-ttt9-04-52fluoxetine wiki fluoxetine buy online