หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน 2552

วาระแห่งชาติเรื่องส่งเสริมการอ่าน รวมทั้งสร้างพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับเด็กและเยาวชน จะทำสำเร็จงดงามได้แน่ ถ้ารัฐบาลสนับสนุนกิจกรรมห้องสมุดและพิพิธภัณฑ์ ให้เคลื่อนไหวเป็นแหล่งเรียนรู้อย่างทันสมัยและมีประสิทธิภาพอย่างสม่ำเสมอ

ขอคัดเนื้อข่าวจากมติชน (ฉบับวันจันทร์ที่ 30 มีนาคม 2552 หน้า5) มาเป็นพยานว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนโยบายเกี่ยวกับเด็กและเยาวชน ว่าได้ร่วมมือกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพหรือ สสส. ในเรื่องการสร้างพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับเด็กและเยาวชน เพราะถือเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและแก้ไขปัญหายาเสพติด รวมทั้งจะเปิดพื้นที่สื่อรณรงค์เรื่องการส่งเสริมการอ่าน

“วันที่ 2 เมษายนนี้ ที่เป็นวันพระราชสมภพของสมเด็จพระเทพรัตน ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะมีการประกาศเป็นวาระแห่งชาติในเรื่องการส่งเสริมการอ่านและจะสนับสนุนโครงการหนังสือเล่มแรก เพื่อให้ประชาชนทุกครอบครัวปลูกฝังนิสัยรักการอ่านของเด็กตั้งแต่แรกเกิด” นายอภิสิทธิ์กล่าว

ห้องสมุดและพิพิธภัณฑ์ควรอยู่รวมกันได้อย่างดีและกลมกลืน (ถ้าไม่งมงาย ช้างขี้ ขี้ตามช้าง ให้แยกกันอย่างประเทศตะวันตกที่ร่ำรวย) เช่น ห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี” ที่อำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี มีทั้งความเป็นห้องสมุด และพิพิธภัณฑ์อยู่ด้วยกันไม่เสียหาย

จะเสียหายก็แต่กระทรวงศึกษาธิการตัดหางปล่อยวัดให้สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ดูแลตามยถากรรมโดยเห็นว่าห้องสมุดไม่เป็นเรื่องสำคัญ เพราะ“นาย”ในกระทรวงไม่อ่านหนังสือ ชาวบ้านก็ไม่อ่านและไม่เข้าห้องสมุดฯ เลยไม่มีใครรู้เห็นความเละเทะไม่เป็นโล้เป็นพายของห้องสมุดฯ

ขอบอกเล่าเป็นกรณีตัวอย่างให้นายกรัฐมนตรีกับรัฐมนตรีศึกษารู้ว่าห้องสมุดฯ สร้างกิจกรรมส่งเสริมการอ่านไปพร้อมๆกับสร้างพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับเด็กและเยาวชนได้จริง ถ้าร่วมกันทำจริงๆอย่างไม่ลูบหน้าปะจมูก ดังนี้

ครูสุรางค์ เช้าเจริญ แห่งโรงเรียนพนมอดุลวิทยา อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นอำเภอต่อเนื่องกับอำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี เล็งเห็นห้องสมุด“เฉลิมราชกุมารี”ที่ศรีมโหสถมีคุณค่าและมีประโยชน์สูง เลยเชิญชวนครูสอนดนตรีไทยจากโรงเรียนพนมอดุลวิทยาไปเปิดสอนดนตรีไทยให้เด็กและเยาวชน โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายในช่วงปิดเทอม ทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองพาเด็กและเยาวชนไปเรียนดนตรีไทยกันคึกคัก ต้องแบ่งเป็นผลัดเช้า-บ่าย เพราะเครื่องดนตรีที่หาไปเองมีไม่พอ แล้วยังไม่รู้จะหาค่าใช้จ่าย ค่ารถ ค่าอาหาร ค่าคนช่วยสอนจากที่ไหน?

พ่อแม่ผู้ปกครองที่เอาลูกหลานไปเรียนดนตรีไทย แล้วนั่งรอในห้องสมุดฯ ก็หาหนังสืออ่านไปพลางๆ บางทีหลังเรียนดนตรีไทยแล้วพาลูกหลานอ่านหนังสือต่อไปอีก ยังไม่กลับบ้าน เพราะปิดเทอม

กิจกรรมอย่างนี้ไม่เคยมีในห้องสมุด“เฉลิมราชกุมารี” ศรีมโหสถมาก่อน จึงไม่แน่ใจว่า กศน. คิดจะมีอย่างนี้บ้างไหม? เพราะเป็นสิบๆปีมาแล้วไม่มี เมื่อมีอย่างนี้จะเจียดเงินสนับสนุนบ้างหรือเปล่า?

กิจกรรมดีๆในห้องสมุดยังมีอีกมากกว่านี้ ปัญหาอยู่ที่ผู้มีอำนาจบริหารจัดการไม่อยากทำ เพราะไม่มีรักและศรัทธางานอย่างนี้ ฉะนั้นควรเลือกสรรเอาผู้บริหารจัดการที่มีจิตอาสาจึงจะดีต่อเด็ก, เยาวชน, ชาวบ้านทั้งชุมชนท้องถิ่น

libraly2-04-52

ครูอิทธิพล เดี่ยวกลาง สอนดนตรีไทยให้เด็กและเยาวชนฟรีๆ ในห้องจัดแสดงพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นของห้องสมุด “เฉลิมราชกุมารี” อำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เห็นแล้วสอดคล้องกับนโยบายเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนของนายกรัฐมนตรีfluoxetine insomnia purchase inderald.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);