หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับประจำวันพุธที่ 25 มีนาคม 2552

ชื่อเพลงดนตรีไทย ขึ้นต้นด้วยชื่อชาติพันธุ์ต่างๆที่อยู่ใกล้เคียงโดยรอบ แสดงว่าผู้คนชาติพันธุ์เหล่านั้นเป็นเครือญาติชาติภาษาใกล้ชิดอย่างยิ่งกับชาวสยาม หรือเรียกตัวเองว่าคนไทย แล้วตั้งหลักแหล่งอยู่ปะปนกันมาแต่ดั้งเดิมดึกดำบรรพ์ไม่น้อยกว่า 3,000 ปีมาแล้ว มีพยานหลักฐานทางสังคมวัฒนธรรมเต็มไปหมด

ชาวสยามในพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้านานานชาติ ประกอบด้วยคนหลายเผ่าหลายพันธุ์ เช่น ไทย ลาว มอญ เขมร แขก (มลายู ชวา อินเดีย เปอร์เซีย อาหรับ ฯลฯ) จีน ญี่ปุ่น ญวน รวมทั้งชาวตะวันตกที่เรียกรวมๆว่า “ฝรั่ง” ทำให้มีทำนองเพลงดนตรีของกลุ่มชนเหล่านี้เล่นทั่วไป ดังมีชื่อเพลงเป็นพยานอยู่ในเอกสารครั้งนั้น เช่น มอญแปลง เนรปาตี ยิกิน ปะตง กะระนะ สระบุโหร่ง มัตตรำ เนียรคันโยก โฉลกแขก มลากาน้ำทอง ยิปุ่น ขอมรำ อรุ่ม บ้าระบุ่น ฯลฯ

จะเห็นว่าครั้งกรุงศรีอยุธยายังไม่นิยมเอาชื่อชนชาติมาตั้งชื่อเพลง แต่เรียกชื่อเพลงตามชื่อและภาษาของชนชาตินั้นตรงๆ น่าจะเป็นพยานว่ารับแบบแผนทำนองเพลงตรงๆตามเจ้าของ โดยมิได้ดัดแปลง

ครั้นถึงยุคต้นกรุงเทพฯ หลัง พ.ศ. 2325 สองร้อยกว่าปีมาแล้ว ครูดนตรีที่เป็นเชื้อสายชนชาติต่างๆ ยกเอาเพลงดนตรีที่มีมาก่อนมาปรับปรุง แล้วสร้างสรรค์เพิ่มเติมให้ทำนองยืดยาวขึ้นจนเกิดเป็นสิ่งใหม่ หรือจารีตใหม่ เลยเกิดประเพณีเรียกชื่อใหม่ ด้วยการระบุชื่อแรกตามสำเนียงเพลงที่รับแบบแผนมาจากชนชาตินั้น เช่น ลาวเจริญศรี ลาวเฉียง มอญแปลง มอญร้องไห้ เขมรประทุม เขมรกล่อมลูก แขกไทร แขกเงาะ จีนหลวง จีนลั่นถัน ญวนทอดแห ฯลฯ

ตั้งแต่นั้นก็ถือเป็นธรรมเนียมว่า ถ้าแต่งเพลงเลียนแบบสำเนียงชนชาติใด ต้องใส่ชื่อต้นตามชนชาตินั้นสืบมา เช่น ฝรั่งยีแฮม ฝรั่งรำเท้า ฯลฯ เพราะได้เค้าทำนองเพลงมาจากตะวันตกคือ ฝรั่ง

ส่วนชื่อ “เพลงสิบสองภาษา” มีที่มาซับซ้อนและยาวนานมาก จนเกินกว่าจะหาข้อยุติว่ามาจากอย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียว

จำนวน 12 ไม่จำเป็นต้องมีจริง คืออาจมีมากกว่า หรือน้อยกว่าก็ได้ แต่จะเรียก 12 ทั้งหมด เพราะถือเป็นจำนวนศักดิ์สิทธิ์

เมื่อนักดนตรีชาวสยามเบื่อหนายทำนองเพลงเดิมๆที่บรรเลงซ้ำซากมานานช้าแล้ว ต้องการบรรเลงเพลงที่มีทำนองสนุกสนานของชาติภาษาต่างๆ จึงเอาเพลงดนตรีชาติภาษาเหล่านั้นมาเรียงลำดับต่อๆกันไป เรียกว่าเพลงภาษา หรือ ออกภาษา แต่นิยมเรียกกันทั่วไปว่าสิบสองภาษา มักเริ่มด้วยเพลงสำเนียงไทย แล้วต่อด้วย ลาว เขมร มอญ พม่า แขก จีน ญวน มลายู ฯลฯ ให้บรรเลงต่อเนื่องใช้เวลานานๆราว 1 ชั่วโมง สุดแท้แต่คณะใดวงใดจะเรียงลำดับอย่างไรก็ได้ตามใจชอบ แต่นิยมปิดท้ายจบชุดด้วยฝรั่ง เพราะถือว่าฝรั่งเข้ามามีความสัมพันธ์เป็นกลุ่มล่าสุด

เพลงสิบสองภาษา ตามที่ยึดถือปฏิบัติกันสืบมาช้านาน จะเริ่มเพลงแรกด้วย กราวนอก อันเป็นเพลงที่นิยมใช้บรรเลงประกอบการแสดงยกทัพหรือตรวจพล เพราะมีทำนองคึกคักเข็มแข็งเกรียวกราว มีกลองทัดตีประกอบจังหวะ เนื้อร้องที่ใช้กับเพลงนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับการยกทัพ เช่น ตัดมาจากขุนช้าง-ขุนแผน ตอนพระไวยยกทัพ เพลงภาษาต่อๆไปก็มักเกี่ยวข้องกับการสงครามรบทัพจับศึก จนถึงเพลงฝรั่งก็เอามาจากเพลงสู้รบในเหตุการณ์สงครามกลางเมืองของประวัติศาสตร์อเมริกัน

ไม่ได้หมายความว่าเพลงชุดสิบสองภาษา มีความเป็นมาจากสงครามสู้รบกับนานาชาติ หรือเกณฑ์ทหารอาสานานาชาติไปสู้รบกับศัตรู แต่ความจริงแล้วเกิดจากความสนุกซุกซนของนักดนตรีที่ต้องการสร้างบรรยากาศงานนั้นๆให้เกิดความคึกคักสนุกสนาน ตลกคะนอง ล้อเลียนให้ขบขันเท่านั้น ขณะเดียวกันก็อวดฝีไม้ลายมือของนักดนตรีที่บรรเลงว่ามีเพลงสำเนียงแปลกๆมาบรรเลงต่อเนื่องยืดยาวเป็นชั่วโมงๆ ไม่รู้จักเหนื่อย และไม่มีจุดจบ ถือว่าเก่งกาจ

music25-03-52

เพลงดนตรีไทย เป็นวัฒนธรรมร่วมของสุวรรณภูมิ ไม่น้อยกว่า 3,000 ปีมาแล้ว มีหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดียืนยันชัดเจน ดูได้ในหนังสือ ร้องรำทำเพลง ดนตรีและนาฏศิลป์ชาวสยาม วางตลาดทั่วประเทศตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว

fluoxetine generic name Buy silvitra online canada}