หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 6  มีนาคม 2552

“รัฐบาลต้องการให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาการศึกษา โดยเฉพาะการส่งเสริมการอ่านให้กับเด็กและเยาวชน

รัฐบาลจะแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อผลักดันและส่งเสริมให้การอ่านเป็นวาระแห่งชาติ รวมทั้งสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างแท้จริง”

ข้อความที่ยกมาข้างบนนี้ สรุปย่อจากคำกล่าวของนายจุรินทร์ ลักษวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่เป็นประธานรับมอบตู้หนังสือในโครงการตู้อักษรซ่อนปัญญา 100 ตู้ ของ บริษัท มติชน เพื่อส่งต่อให้แก่โรงเรียน 100 แห่งทั่วประเทศ (มติชน ฉบับวันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2552 หน้า 15)

สื่อต่างๆนั่นแหละเป็นเครื่องมือส่งเสริมการอ่าน, การศึกษา, และเรียนรู้ตลอดชีวิต ตรงเป้าหมายดีที่สุด, กว้างขวางที่สุด และมีประสิทธิภาพสูงสุด แต่มีปัญหาว่ากระทรวงศึกษาธิการจะทำอย่างไรให้สื่อมีความรัก ความเข้าใจ แล้วมีศรัทธางานนี้มาร่วมกันเผยแพร่แบ่งปันความรู้อย่างสม่ำเสมอและมีประสิทธิภาพ

ห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี” ที่กระจายอยู่ตามท้องถิ่นต่างๆเกือบทั่วประเทศไทยในความดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ เป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตกับส่งเสริมการอ่านให้เด็ก, เยาวชน, คนเฒ่าคนแก่ในชุมชนท้องถิ่นอย่างดีที่สุด เช่นเดียวกับห้องสมุดแบบอื่นๆที่มีอยู่บ้างไม่มาก

แต่ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการไม่ได้ติดตามผลและเกือบจะเรียกว่าปล่อยปละละเลย เพราะทอดทิ้งให้ห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี” ดำเนินไปตามยถากรรม ทำให้บางแห่งหรือหลายแห่งตกอยู่ในกำมือของผู้บริหารที่ขาดความรักและศรัทธาในการอ่านและการเรียนรู้ แถมทุจริตอีกต่างหาก ทำให้เด็กและชาวบ้านในชุมชนนั้นเสียโอกาส

ถ้ากระทรวงศึกษาธิการจะปรับปรุงแก้ไขการบริหารเสียใหม่ให้กระฉับกระเฉง แล้วสร้างเครือข่ายไปถึงผู้มีศรัทธามาร่วมพัฒนาห้องสมุดฯกับให้เป็นเครือข่ายซึ่งกันและกันทั่วประเทศ จะได้หยิบยืมแล้วแบ่งปันเผยแพร่ความรู้สู่กันและกันได้สะดวกและกว้างขวาง
ปัญหาอยู่ที่ผู้บริหารตั้งแต่ระดับสูงสุดและลดหลั่นลงมา ยังขาดแรงบันดาลใจที่จะพัฒนาห้องสมุดให้ทำหน้าที่อย่างรัฐมนตรีพูด

อีกเรื่องหนึ่งมีข่าวว่ารัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศกับรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมจะร่วมกันยกวัฒนธรรมมาบูรณาการสร้างภาพลักษณ์และฟื้นฟูภาพลักษณ์ของประเทศ โดยใช้วัฒนธรรมเชื่อมความสัมพันธ์ทางการทูตกับนานาประเทศด้วย (มติชน ฉบับวันจันทร์ที่ 2 มีนาคม 2552 หน้า 23)

วัฒนธรรมในทัศนะของกระทรวงวัฒนธรรม คงใช้สร้างภาพลักษณ์และฟื้นฟูภาพลักษณ์ของประเทศได้ผลน้อยหรือไม่ได้ผล แถมจะถูกเยาะเย้ยเสียดสีโดยประชาคมอาเซียนให้เจ็บแสบกระจายไปทั่วโลกด้วยซ้ำ เพราะคลั่งไปว่าอะไรๆ ก็ของไทยแท้ๆ ซึ่งล้าหลังอย่างยิ่ง และไม่เป็นความจริงอย่างนั้น

โขนละคร เป็นวัฒนธรรมร่วมกันของอุษาคเนย์(SEA)

วงปี่พาทย์ มีระนาด, ฆ้องวง, กลองทัด, ปี่ ก็เป็นวัฒนธรรมร่วมของสุวรรณภูมิ เพราะมีหน้าตาเหมือนกันหมดทั้งของเขมร, ลาว, พม่า(มอญ) รวมถึงกาเมลันของอินโดนีเซีย

แคน มีพัฒนาการมาไม่น้อยกว่า 3,000 ปีมาแล้ว มีทั่วไปทั้ง SEA แม้แต่ในราชสำนักกรุงศรีอยุธยา ยังใช้ขับกล่อมพระบรรทม แล้วเป็นต้นกำเนิดปี่นอก, ปี่ใน

กลองยาว เป็นวัฒนธรรมสุวรรณภูมิมีทั่วไปใน SEA ตั้งแต่ราว 3,000 ปีมาแล้ว ลิเก แรกมีขึ้นในกรุงเทพฯ สมัยรัชกาลที่ 5 ได้แบบจาก “ดิเกร์ฮูลู” ของมลายูปัตตานี

ถ้ากระทรวงการต่างประเทศจะใช้งานวัฒนธรรมให้ได้ผลดีอย่างแท้จริง             ก็ต้องสร้างคำบรรยายที่ครอบคลุมทั้ง SEA ไม่ใช่ขี้ตู่ตีขลุมว่าเป็นของไทยแท้อย่างที่กระทรวงวัฒนธรรมโกหกตัวเอง แต่โกหกคนอื่นไม่ได้หรอก เขาจับได้ไล่ทัน

hulu6-03-52

(บน) ลิเกของไทยมีกำเนิดในกรุงเทพฯ แผ่นดินรัชกาลที่ 5 โดยได้แบบจากดิเกร์ฮูลูของมลายูปัตตานีที่ถูกกวาดต้อนมาอยู่กรุงเทพฯตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 (ล่าง) กลองยาว หรือกลองมีเอว หรือกลองแอว เป็นกลองในวัฒนธรรมร่วมของสุวรรณภูมิ มีทั่วไปตั้งแต่ผืนแผ่นดินใหญ่ถึงหมู่เกาะ ราว 3,000 ปีมาแล้ว (ภาพจาก มติชน ฉบับวันอังคารที่ 3 มีนาคม 2552 หน้า 20)fluoxetine night sweats buy extra super cialis online