หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับประจำวันพุธที่ 11 มีนาคม 2552

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมอบหมายให้ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เป็นเจ้าภาพส่งเสริม “การอ่านเป็นวาระแห่งชาติ” มีข่าวในมติชน (ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม 2552 หน้า 22) ความว่า

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวมอบนโยบายเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนา สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ว่า กศน. จะต้องมีการปรับเปลี่ยนระบบวิธีคิดใหม่ โดยไม่เน้นพัฒนาด้านฮาร์ดแวร์ แต่ให้เปลี่ยนมาเป็นซอฟต์แวร์ เนื่องจากต้องการให้ห้องสมุดของ กศน. เป็นแหล่งเรียนรู้ของประชาชนอย่างแท้จริง โดยเน้นการจัดซื้อสื่อการเรียนการสอนมากกว่าการสร้างอาคารเรียน

นอกจากนี้ จะมีการผลักดันเรื่องการอ่านให้เป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งมีการเตรียมการไว้แล้ว จะร่วมกับสมาคมที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นภาครัฐและภาคเอกชน นักวิชาการ และผู้ทรงคุณวุฒิ อีกทั้งได้มอบหมายเลขาธิการ กศน. ไปศึกษาว่า คณะกรรมการส่งเสริมเรื่องรักการอ่านควรจะประกอบด้วยฝ่ายใดบ้าง เพื่อทำให้เรื่องการอ่านถูกผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติ

“เรื่องนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะนำไปสู่การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งจะเห็นว่าประเทศที่พัฒนาแล้วจะมีการรณรงค์ให้ประชาชนได้อ่านหนังสือ โดยถือเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่คนไทยต้องให้ความสำคัญกับเรื่องการอ่านอย่างจริงจัง โดย ศธ. และรัฐบาลพร้อมจะผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติของคนไทยทุกคน โดยไม่จำกัดเพศ ไม่จำกัดวัย ไม่ว่าจะเป็นการศึกษานอกระบบหรือในระบบ ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป โดยเรื่องนี้ผมได้หารือเบื้องต้นกับนายกรัฐมนตรีแล้ว” นายจุรินทร์กล่าว

ประเทศในยุโรปและอเมริกา มีระดับการศึกษาสูงมากกว่าไทย แต่สังคมของเขายังสนับสนุนให้มีหนังสือวิชาความรู้ “ฉบับอ่านง่าย” หรือ simplify หรือ readable อย่างกว้างขวางทุกสาขา เพื่อตอบสนองคนอ่านที่เป็นชาวบ้านธรรมดาๆ หรือคนต่างสาขาวิชาที่อ่านยากๆไม่ไหว ลักษณะอย่างนี้ทางญี่ปุ่นก็ทำมาก แล้วมากถึงขนาดบางอย่างให้เป็นการ์ตูนไปเลย ยิ่งอ่านง่าย

แต่สังคมไทยไม่สนับสนุนหนังสือ “ฉบับอ่านง่าย” อาจารย์มหาวิทยาลัยที่มีปริญญาต่างประเทศมากๆจะดูถูกดูแคลนหนังสืออย่างนี้มากๆ แต่ตัวอาจารย์พวกนี้ไม่เคยทำอะไรนอกจากลอกกากตำราฝรั่งกับลอกหนังสือ “ฉบับอ่านง่าย” ของฝรั่งมาหลอกคนไทย

กศน. รับผิดชอบห้องสมุดประชาชนทั้งของที่มีอยู่แล้ว กับที่เป็น“เฉลิมราชกุมารี” แต่ไม่มีกิจกรรมความรู้ เพราะผู้บริหารไม่ได้อ่านหนังสือ มีแต่ฉกฉวยโอกาสเอาหนังสือบริจาคลงบัญชีว่าซื้อมา แล้วเบิกเงินเป็นของตัว จึงมีแต่จัดซื้อจัดจ้าง เพื่อกินเบี้ยบ้ายรายทาง

ความรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่ห้องสมุดประชาชนตั้งอยู่ควรมีครบถ้วน แล้วบริการแบ่งปันเผยแพร่สู่สาธารณะเพื่อให้เกิดการอ่านเพื่อแสวงหาความรู้ของท้องถิ่นตน  แต่ กศน. ไม่เหลียวมอง เพราะไม่มีช่องให้ฉวยเบี้ยบ้ายรายทาง

แก่นสารสำคัญของ กศน. คือการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย หรือการศึกษาทางเลือก แต่สำนักงานและข้าราชการ กศน. อยู่ในระบบราชการเต็มขั้นและตามอัธยาศัยผู้บริหารที่อยู่ตามท้องถิ่นต่างๆ ที่ล้วนไม่รักการอ่าน แต่รักเบี้ยบ้ายรายทางโดยตามอัธยาศัยคนท้องถิ่น อย่างนี้ไม่มีวันสำเร็จตามความต้องการของรัฐมนตรี

khong11-03-52

ฆ้อง เป็นวัฒนธรรมร่วมของอุษาคเนย์(SEA) มีทุกประเทศทั้งผืนแผ่นดินใหญ่และหมู่เกาะ เป็นสัญลักษณ์เฉพาะของสุวรรณภูมิในอุษาคเนย์ (ภาพนี้ได้จาก มติชน ฉบับวันศุกร์ที่ 6 มีนาคม 2552 หน้า 8 มีใต้ภาพว่า ตีก่อนลุย-นายผลพูล อุ่นสถิตย์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลหนอสอ อ. เมือง จ. กาฬสินธุ์ ตีฆ้อง 3 ครั้ง เอาฤกษ์เอาชัย ก่อนเข้าติดตามความคืบหน้า กับ พ.ต.ท. สุเทพ ภูกัณหา สารวัตร สภ. ลำปาว หลังแจ้งความดำเนินคดีกับนายอัคคเดช เมธาวีรดากุล ปลัดเทศบาลตำบลหนองสอ ฐานเป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม)fluoxetine structure cheap cialis black online}