หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับประจำวันอังคารที่ 10 มีนาคม 2552

เหตุเกิดเพราะเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ หรือ “พี่เนาว์” ผู้มีเชื้อสายชาวบ้านทวน อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี เขียนคอลัมน์ในสุดสัปดาห์ขึ้นหัวเรื่องว่า ปลูกข้าว ปลูกขวัญ แต่มีสาระสำคัญที่ผมอ่านแล้วสะอึก มีความโดยสรุปว่า

บ้านทวน คืออำเภอพนมทวน เมืองกาญจน์ ชื่อบ้านทวนมาจากชื่อลำน้ำทวน เพราะน้ำไหลทวนจากแม่กลองที่อำเภอท่าม่วงซึ่งอยู่ทางใต้ ขึ้นไปทางเหนือผ่านดอนตาเพชร อำเภอพนมทวน แล้วลงสู่ลำน้ำจรเข้สามพัน ไปอำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ต่อจากนั้นพี่เนาว์เขียนย้ำอีกว่า

“บ้านทวนอยู่ริมลำน้ำนี้ และเมื่อตั้งอำเภอแรกของเมืองกาญจน์ก็กำหนดเอาบ้านทวนนี่เอง หากชื่ออำเภอเหนือ ด้วยอยู่ไปทางทิศเหนือของตัวจังหวัดกาญจนบุรี ยืนยันว่าน้ำไหลทวนไปทางเหนือจริง มาเปลี่ยนชื่อเป็นอำเภอพนมทวนต่อภายหลัง น่าจะผูกโยงกับศึกสงครามครั้งยุทธหัตถีนั้น จากทวนน้ำจึงเป็นทวนอาวุธ ด้วยประการฉะนี้”

อำเภอเหนือ เป็นชื่อเก่าของอำเภอพนมทวน แล้วต้องมีอำเภอใต้ เป็นชื่อเก่าของอำเภอท่าม่วง จะคัดหลักฐานจากหนังสือสมุดราชบุรี พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2468 ราว 84 ปีมาแล้ว ดังนี้

อำเภอใต้ ตั้งที่ว่าการอยู่ที่บ้านท่าไม้รวก ตำบลม่วงชุม ริมลำน้ำแม่กลอง ครั้น ร.ศ. 120 ย้ายที่ว่าการจากบ้านท่าไม้รวกไปตั้งที่ตำบลท่าม่วงฝั่งซ้ายลำน้ำแม่กลอง และเปลี่ยนนามเรียกว่าอำเภอวังขนายตลอดมาจนทุกวันนี้

อำเภอเหนือ ตั้งที่ว่าการที่ตำบลบ้านทวน และ ร.ศ. 120 ได้เปลี่ยนนามอำเภอเรียกว่าอำเภอบ้านทวนมาจนทุกวันนี้

เมื่อ พ.ศ. 2509 กรมศิลปากร พิมพ์หนังสือชื่อโบราณวิทยาเรื่องเมืองอู่ทอง เนื่องในงานเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี มีบทความเรื่องเมืองอู่ทอง ของอาจารย์มานิต วัลลิโภดม สรุปว่าได้สำรวจบริเวณอำเภออู่ทองก่อนมีถนนมาลัยแมน ว่าลำน้ำจรเข้สามพันไหลมาจากแถบเขาหัวนอน อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี รวมกับลำน้ำท่าว้าไหลมาจากทิศเหนือแถวสามชุก แล้วเป็นลำน้ำสองพี่น้อง ไหลลงแม่น้ำท่าจีน แล้วยังมีลำน้ำแยกจากแม่กลองที่ท่าม่วงไหลไปทางเมืองกำแพงแสน จังหวัดนครปฐมด้วย

“ท่านมุ้ย” หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล เสด็จลงพื้นที่เพื่อหาหลักฐานใช้ประกอบเขียนบทและถ่ายทำหนัง แล้วมีพระนิพนธ์หนังสือตามรอยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (แพรวสำนักพิมพ์ เมื่อ พ.ศ. 2549) สรุปว่าลำน้ำทวนไหลจากอำเภอท่าม่วง ลงลำน้ำจรเข้สามพัน แล้วไปลงแม่น้ำท่าจีน มีร่องรอยการตั้งถิ่นฐานยุคสุวรรณภูมิ ราว 2,000 ปีมาแล้วอยู่ตลอดสองฟากลำน้ำ

“พี่เนาว์” เป็นเหตุให้ผมไม่เป็นสุข ต้องใช้เวลา 3 วัน ต่อเนื่องกันไปๆ มาๆ ท่าม่วง, พนมทวน, ดอนตาเพชร (กาญจนบุรี), อู่ทอง (สุพรรณบุรี), กำแพงแสน (นครปฐม) ค้นหาเส้นทางลำน้ำทวน ไหลงลำน้ำจรเข้สามพัน ผ่านเมืองอู่ทองไปลงแม่น้ำท่าจีนที่อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ไม่ไกลจากบ้านครูแจ้ง คล้ายสีทอง คนเสภาช่างขับคำหวาน

ลำน้ำทวน-จรเข้สามพัน เป็นเส้นทางคมนาคมเชื่อมแม่น้ำแม่กลองกับ แม่น้ำท่าจีนในยุคสุวรรณภูมิไม่น้อยกว่า 3,000 ปีมาแล้ว ต่อจากนั้นพระโสณะเถระกับพระอุตตระเถระจากราชสำนักพระเจ้าอโศกใช้เส้นทางนี้เข้ามาถึงสุวรรณภูมิ แล้วสถาปนาพระพุทธศาสนาเป็นครั้งแรกที่เมืองอู่ทอง ราว พ.ศ. 200

เมืองอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี นี่แหละคือสุวรรณภูมิ ที่พระเจ้าอโศกทรงส่งพระสงฆ์ 2 รูปมาถึงในช่วงเวลาไล่เลี่ยกับสลุบกำปั่นของพ่อค้าจากชมพูทวีปไปมาถึงควนลูกปัด อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่

taun-river10-03-52

แม่น้ำแม่กลองที่ท่าม่วงจะโค้งเป็นรูปตัวยู (หรือตัว ก ไก่ถ้าจะอ้างแบบไทยๆ) พวกเราชาวธรณีวิทยาจะเรียกว่าโค้ง oxbow ด้านบนของรูปตัวยูจะอยู่ทางทิศเหนือ ซึ่งเป็นบริเวณปากน้ำของลำน้ำทวน (แผนที่และคำอธิบายคัดจากหนังสือ ตามรอยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ของ ม.จ. ชาตรีเฉลิม ยุคล แพรวสำนักพิมพ์ 2549)