หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2552

งานที่เกี่ยวข้องกับ “วัฒนธรรม” ในประเทศไทย มักขัดแย้งกัน 2 พวก คือพวกราชการกับพวกไม่ราชการ

วัฒนธรรมของพวกราชการ มีลักษณะหยุดนิ่ง ไม่เคลื่อนไหว ไม่มีชีวิตชีวา แข็งทื่อ สัมผัสจับต้องไม่ได้ เพราะอยู่ลอยๆไม่เกี่ยวข้องกับสังคม

วัฒนธรรมของพวกไม่ราชการ มีลักษณะตรงข้ามกับราชการ คือ เคลื่อนไหว ไม่หยุดนิ่ง จึงมีชวิตชีวา จับต้องได้ สัมผัสได้ เพราะเป็นส่วนหนึ่งของสังคม

จะขอยกตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงจากข่าวในมติชน (ฉบับวันพุธที่ 11 มีนาคม 2552 หน้า 23) มาให้อ่านดังนี้

นายสมชาย เสียงหลาย รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยผลร่วมประชุมนักวิชาการวัฒนธรรมจังหวัด 76 จังหวัด เรื่อง “บทบาทการดำเนินงานด้านศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” ว่า ที่ประชุมได้หารือกำหนดแนวทางการทำงานของวัฒนธรรมจังหวัดทุกจังหวัดเพื่อร่วมกับสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แห่งประเทศไทย ในการขับเคลื่อนงานศาสนาและวัฒนธรรมในระดับท้องถิ่นให้เป็นระบบ

ที่ประชุมได้สรุปปัญหาและอุปสรรคการดำเนินงานวัฒนธรรมของท้องถิ่นที่ผ่านมา 6 ปัญหาหลัก ได้แก่

1.การจัดกิจกรรมในเทศกาล ประเพณีของแต่ละชุมชนเน้นรูปแบบกิจกรรมมากกว่าเนื้อหาสาระของกิจกรรม ส่งผลให้ไม่สามารถสืบทอดและอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นได้

2. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในการทำงานวัฒนธรรมไม่ต่อเนื่อง

3. ชุมชนไม่สามารถใช้วัฒนธรรมชุมชนสร้างความมั่นคงได้

4. ไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการทำงานวัฒนธรรม

5. ยึดจำนวนงบประมาณเป็นตัวกำหนดการทำงาน และ

6. กิจกรรมและแนวทางทำงานกำหนดโดยภาคราชการ

นายธีรศักดิ์ พานิชวิทย์ เลขาธิการสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลฯ กล่าวว่า การทำงานวัฒนธรรมบางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องคำนึงหรือใช้งบประมาณเป็นตัวกำหนดบทบาทเสมอไป เพราะสามารถใช้กลไกภาคสังคม และภาคประชาชนในการส่งเสริมงานวัฒนธรรมได้ เพียงแต่ทาง วธ. จะต้องเชื่อมโยงบทบาทหน้าที่กับองค์กรต่างๆ

“อยากเสนอให้ วธ. ปรับบทบาทการขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมใหม่ทั้งระดับชาติและท้องถิ่น โดยร่วมมือกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในการนำวัฒนธรรมเชื่อมกับการท่องเที่ยว แต่ที่ผ่านมาการทำงานของ วธ. ดูเหมือนยืนคนละมุมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ส่งผลให้ภาพการทำงานของ วธ. ในสายตาคนข้างนอกมองไม่เห็นชัดเจน จนปัจจุบันทุกคนกลับเห็นว่ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นหน่วยงานหลักที่ทำเรื่องดังกล่าว ส่วน วธ. เป็นเพียงหน่วยงานที่เดินตามเท่านั้น”

จะเห็นชัดเจนว่า วธ. กับ อบต. มองเห็นวัฒนธรรมต่างกัน มีเหตุจากพื้นฐานแท้จริงของพวกราชการไม่รู้จักไม่เข้าใจสังคม เพราะไม่เคยทำความเข้าใจประวัติศาสตร์สังคม จึงไม่เข้าใจวัฒนธรรมท้องถิ่นและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น

ที่ราชการเข้าใจและปฏิบัติคือ เชิดชูบังคับขู่เข็ญคนท้องถิ่น เพื่อให้ท้องถิ่นอยู่ในโอวาทอย่าง “หือไม่ขึ้น”

ท้องถิ่นถูกครอบงำจากส่วนกลางให้ “หือไม่ขึ้น” มานานมาก จนส่งผลให้ไม่มั่นใจตัวเอง ไม่รู้จักตัวเอง ทำให้ไม่เข้าใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัฒนธรรมท้องถิ่นของตน

ผลก็ออกมาเลอะเทอะพอกันทั้งราชการและไม่ราชการ

all-pic13-03-52

1. ลายเส้นแสดงธรรมจักร ประดิษฐานบนยอดเสายุคพระเจ้าอโศกในอินเดีย และธรรมจักรและเสาศิลา พบที่เมืองอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี

2.ภิกษุอุ้มบาตรทำด้วยดินเผา แสดงการรับอิทธิพลพุทธศาสนาเข้ามาสู่ดินแดนสุวรรณภูมิ พบที่อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี

3. บาตรดินเผาใส่เหรียญกษาปณ์รูปสังข์ พบที่คอกช้างดิน เมืองอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี

พุทธศิลป์พบที่เมืองอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี มีมากมายล้วนเป็นหลักฐาน ว่าพระเจ้าอโศกส่งพระสงฆ์ 2 รูปมาเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่ดินแดนสุวรรณภูมิ คือที่เมืองอู่ทองนี่เอง แต่กระทรวงวัฒนธรรมไม่ใส่ใจแบ่งปันเผยแพร่ความรู้นี้ อปท. เลยไม่รู้ แล้วหลงทำลายคูน้ำกำแพงเมืองอู่ทองเกือบหมด เพื่อเอาที่ดินสร้างอาคารพาณิชย์ (ภาพจาก สุวรรณภูมิ ต้นกระแสประวัติศาสตร์ไทย ของ สุจิตต์ วงษ์เทศ สำนักพิมพ์มติชน รวมพิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2549)