หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 12  มีนาคม 2552

ท้องถิ่นทั่วประเทศมักมีคำบอกเล่าความเป็นมาของท้องถิ่นนั้นๆหลายลักษณะ บางท้องถิ่นบอกเล่าตามตำนานที่ถ่ายทอดกันมาปากต่อปากจากชาดกบ้าง จากนิทานประจำถิ่นบ้าง ฯลฯ เคล้าคละปะปนกัน แต่บางท้องถิ่นบอกเล่าเป็นนิทานที่ผูกเรื่องขึ้นจากพื้นฐานความจริงที่เคยเกิดขึ้นจริง

ตัวอย่างที่อำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี ได้นามอำเภอจากชื่อเมืองโบราณอายุเกือบสองพันปีมาแล้วว่าเมืองมโหสถ เพราะพวก(ลาว)พวนที่ถูกกวาดต้อนมาอยู่สมัยรัชกาลที่ 3 ยกชาดกเรื่องพระมโหสถในทศชาติชาดก มาบอกเล่าความเป็นมาเพื่อให้เป็นที่รับรู้ร่วมกัน จะได้หลอมรวมเป็นพวกเดียวกัน

เมืองโบราณที่อำเภอศรีมโหสถ ไม่ได้มีนามจริงว่าเมืองมโหสถ แล้วไม่เคยพบหลักฐาน เช่น จารึก ฯลฯ ระบุนามเมืองมโหสถ

แต่นามเมืองมโหสถเกิดขึ้นจริงจากกลุ่ม(ลาว)พวนที่อำเภอนี้บอกเล่าสืบต่อกันมาตั้งแต่ครั้งถูกกวาดต้อนมาอยู่ที่นี่เมื่อแผ่นดินรัชกาลที่ 3 ราวหลัง พ.ศ. 2369

“ลาวอยู่ที่ไหน มีทศชาติอยู่ที่นั่น” นี่เป็นข้อสังเกตกว้างๆจากการสำรวจตรวจสอบนิทานท้องถิ่นทั่วประเทศไทยอย่างกว้างๆ เพราะที่ไหนมีนิทานบอกชื่อบ้านนามเมืองด้วยทศชาติชาดก ตรงนั้นมักเป็นหลักแหล่งของลาวหรือคนเชื้อสายลาว เช่น อำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี มีนิทานชื่อบ้านนามเมืองเรื่องพระมโหสถ และอำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี มีนิทานชื่อบ้านนามเมืองเรื่อง พระรถ(-เมรี) แล้วกระจายถึงอำเภอราชสาส์น และอำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ฯลฯ แสดงว่าอำเภอเหล่านี้ก่อตั้งขึ้นมาโดยเครือญาติลาว เป็นต้น

องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ต้องยกย่องตำนานและนิทานเหล่านี้เป็นคำบอกเล่าประจำท้องถิ่น ฉะนั้นจังหวัดและอำเภอต้องแบ่งปันเผยแพร่ความรู้เหล่านี้สู่สาธารณะให้กระจายไปทุกโรงเรียน รวมถึงพระสงฆ์ในวัดทุกวัด เพื่อพูดจาอธิบายเล่าเรื่องเมื่อมีโอกาส เช่น ตอนเทศนาในโอกาสงานบุญงานกุศล เป็นต้น

แต่ปัญหามีว่าระบบการศึกษาแห่งชาติของไทย ดูถูกดูแคลนความรู้ทางตำนาน, นิทานเหล่านี้ จะเห็นว่าสถาบันการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยที่มีการเรียนการสอนทางประวัติศาสตร์โบราณคดี ทิ้งความรู้ตำนานนิทานและชาดก ทั้งๆคำบอกเล่าความรู้เหล่านี้ยังมีชีวิตและยังมีประโยชน์ในท้องถิ่น แล้วเป็นร่องรอยให้เห็นประวัติความเป็นมาช่วงเวลาหนึ่งแน่ๆ เช่น ช่วงเวลาของบรรพชนที่เป็นลาว เป็นต้น

เมื่อมาฆบูชาที่ผ่านมา ผมขออนุญาตธรรมสภา คัดลอกหนังสือนิทานชาดกจากชุดพระเจ้าสิบชาติ เรื่องพระมโหสถ แล้วขอร้องให้ห้องสมุดประชาชน“เฉลิมราชกุมารี” ที่อำเภอศรีมโหสถ หาทุนพิมพ์แจกพระ สงฆ์, ประชาชน, นักเรียน, ครู ทั่วอำเภอ เพื่อให้รู้ที่มาของชื่อ “มโหสถ” ที่เกี่ยวข้องกับคติเรื่อง “ปัญญาย่อมประเสริฐกว่าทรัพย์ คนมีปัญญาย่อมหาทรัพย์ได้และรักษาไว้ได้ด้วย ส่วนคนไม่มีปัญญา แม้จะมีทรัพย์ก็ยากที่จะรักษาทรัพย์ไว้ได้”

กระทรวงศึกษาธิการ จะทำงานสำคัญให้ “การอ่านเป็นวาระของชาติ” แต่ระบบการศึกษาเหมือนที่ท่านพุทธทาสบอกว่า “หมาหางด้วน” ไม่ใส่ใจประวัติความเป็นมาของงานที่มีทั้งในรูปคำบอกเล่าไม่มีลายลักษณ์ และในรูปบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร แล้วการอ่านจะสำเร็จครบถ้วนตามที่ออกข่าวอย่างไรได้

สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ต้องทำความเข้าใจเรื่องอย่างนี้ แล้วใช้ห้องสมุดประชาชน“เฉลิมราชกุมารี” ทำหน้าที่แบ่งปันเผยแพร่อย่างเอาจริงเอาจังและสม่ำเสมอ ถึงจะให้การอ่านเป็นวาระของชาติสำเร็จได้

cover2552_01new

เอกสารห้องสมุด“เฉลิมราชกุมารี” อำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี เผยแพร่แบ่งปันความรู้เรื่องมโหสถชาดกในทศชาติหรือพระเจ้าสิบชาติfluoxetine hair loss generic cialis 20 mg canada } else {