หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 20 มีนาคม 2552

“ความสามารถในการเรียนรู้ด้วยตนเอง เป็นคุณสมบัติที่สำคัญสุดในการศึกษา—นี่คือการพัฒนาผู้เรียนไปสู่จุดที่จะทำให้เข้าใช้ศักยภาพของเขาได้สูงสุด”

อาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ เขียนอธิบายไว้ในบทความเรื่องสังคมอุดมศึกษา (มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับประจำวันที่ 27 กุมภาพันธ์-5 มีนาคม 2552 หน้า 33) แล้วสรุปตอนท้ายบทความว่ามหาวิทยาลัยไทยควรหันกลับไปสู่การวางเป้าหมายเรียนปริญญาตรีเพื่อให้เรียนเอง โดยแนะนำให้มหาวิทยาลัยไทย “สร้างสังคมไทยให้เป็นมหาวิทยาลัยนอกระบบ” ดังนี้

“มหาวิทยาลัยที่ต้องเร่งสร้างขึ้นก็คือสร้างสังคมไทยให้เป็นมหาวิทยาลัย ผมหมายความว่าทำให้การเรียนรู้ด้วยตนเองเกิดขึ้นได้อย่างง่ายดายและสะดวก ทั้งสังคม

ผู้เรียนตั้งโจทย์เอง เรียนเอง จนกว่าจะได้คำตอบที่ตนพอใจ มีสื่อที่ให้ความรู้และความคิดที่คนส่วนใหญ่เข้าถึงได้ มีห้องสมุดดีๆกระจายไปทั่วประเทศ และเชื่อมโยงเข้าหากันจนกระทั่งสามารถเข้าถึงทรัพยากรของห้องสมุดได้เท่าเทียมกัน มีพิพิธภัณฑ์หรือมิวเซียมที่ให้ความรู้ด้านต่างๆอยู่มากมายในทุกท้องถิ่น

มีสมาคมวิชาการและวิชาชีพที่มีกิจกรรมให้ความรู้ทั้งแก่สมาชิกและแก่สาธารณชนอยู่จำนวนมาก

มีการปาฐกถาสาธารณะในเรื่องต่างๆที่เปิดให้ผู้คนเข้าฟังหรือเข้าร่วมได้มากมาย
ผลผลิตของมหาวิทยาลัยที่สามารถเรียนเองเป็น จึงไม่ตายด้านเพราะออกจาก

มหาวิทยาลัยในระบบก็เข้าสู่มหาวิทยาลัยนอกระบบ ในขณะที่ผู้คนทั่วไป ก็ใช้ชีวิตในการเรียนรู้ด้วยตนเองเป็นปรกติอยู่แล้ว

แม้แต่เศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก ผู้คนก็มีปัญญาที่จะเอาตัวรอด รวมทั้งมีปัญญาที่จะกำกับควบคุมรัฐบาลในการใช้ทรัพยากรส่วนรวมอย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

สรุปก็คือ มหาวิทยาลัยสอนให้น้อยๆ แต่เรียนให้มากๆดีกว่าครับ”

“มหาวิทยาลัยนอกระบบ” ที่ยกมานี้ เคยมีผู้เริ่มนานมาแล้วในนาม “มหาวิทยาลัยชาวบ้าน” ขณะนี้ยังทำงานมีกิจกรรมต่อเนื่องแต่เป็นกลุ่มเล็กๆในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ท่าพระจันทร์

สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย(กศน.) ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ก็ยังทำงาน แต่เป็นงานตาม “ระบบราชการ” ถึงจะมีข้อด้อยมาก แต่ก็มีส่วนกระตุ้นการเรียนรู้ด้วยตนเองได้ไม่น้อย

“การอ่านเป็นวาระแห่งชาติ” ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ขะมักเขม้นให้เป็นจริงเป็นจัง ควรตั้งหลักโดยอ่านข้อแนะนำของอาจารย์นิธิอย่างละเอียดถี่ถ้วน แล้วควรมีเสวนาเรื่องนี้เป็นภายใน กศน. กับมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อปรับปรุงวิธีการทำมหาวิทยาลัยนอกระบบให้มีประสิทธิภาพ

ห้องสมุด โดยเฉพาะห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี” ที่ กศน. ดูแล ถ้าตั้งอยู่ในเขตเทศบาล ควรเชื้อเชิญและเรียกร้องให้เทศบาลมาร่วมผลักดันให้ “การอ่านเป็นวาระแห่งชาติ” แล้วพัฒนาให้ห้องสมุดเป็น “มหาวิทยาลัยนอกระบบ” หรือ “มหาวิทยาลัยชาวบ้าน” ประจำท้องถิ่นนั้นๆไปเลย

เฉพาะที่ห้องสมุดประชาชน“เฉลิมราชกุมารี” อำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี ควรทำเป็นแหล่งเรียนรู้ด้วยตนเองเรื่องลาวพวน เพราะที่นั่นมีต้นโพธิ์ ในวัดต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ เป็นศูนย์กลางจุดบั้งไฟ เดือน 6 ของหมู่ลาวพวน (ที่ถูกกวาดต้อนมาในแผ่นดินรัชกาลที่ 3) มีแห่งเดียวในภาคตะวันออก

ถ้าทำได้จริงจะเป็นแหล่งเรียนรู้ด้วยตนเองให้ลาวพวนทั่วประเทศได้เรียนรู้ไปพร้อมกัน

cov-people20-03-52

เรียนรู้ด้วยตนเองจาก ชาวบ้าน ชาวเมือง เรื่องความยุติธรรมในสังคมไทย เป็นหนังสือรวมบทความและปาฐกถา ของ รศ. ดร. ม.ร.ว. อคิน รพีพัฒน์ นักมานุษยวิทยา อดีตผู้อำนวยการสถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยขอนแก่น (RDI) ผู้บุกเบิกงานวิจัยเชิงคุณภาพเพื่ออธิบายและวิเคราะห์ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นภายใต้บริบทของระบบความยุติธรรมที่ซับซ้อนและอ่อนไหวของสังคมไทย
หนังสือเล่มนี้รวบรวมบทความ 11 ชิ้น ในรอบ 10 ปี ของ ม.ร.ว. อคิน ซึ่งเกือบทุกบทความได้ตั้งคำถามเกี่ยวกับ“ความยุติธรรม” และมุ่งประเด็นไปถึงการทำความเข้าใจชาวบ้าน ชาวเมือง ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ในสังคมที่ยังตกเป็นเบี้ยล่างของชนชั้นนำและระบบราชการเป็นหนังสือที่คนไทยควรอ่าน เพื่อเรียนรู้ด้วยตนเองโดยสร้างความเข้าใจต่อ “ชาวบ้าน ชาวเมือง” และสนใจศึกษาและร่วมกันสร้างความยุติธรรมให้เกิดขึ้นในสังคมไทยหาซื้อได้ที่ศูนย์หนังสือจุฬาฯ ศูนย์หนังสือธรรมศาสตร์ และศูนย์หนังสือสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อโดยตรงที่ ธนะจักร เย็นบำรุง สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยขอนแก่น โทร. 0 4320 2413 หรือ 08 1872 2521 โทรสาร 0 4320 2414 e-mail : thayen@kku.ac.th (ธนะจักร เย็นบำรุง หรือ จิระพร เกื้อกิ้ม)