หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม 2552

“มหาวิทยาลัยสอนให้น้อยๆ แต่เรียนให้มากๆดีกว่า” เป็นข้อความสรุปท้ายบทความเรื่องสังคมอุดมศึกษา ของ อาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ ในมติชน สุดสัปดาห์ (ฉบับประจำวันที่ 27 ก.พ.-5 มี.ค. 2552 หน้า 33)

การไปมหาวิทยาลัยของนักศึกษาระดับปริญญาตรีในทัศนะของอาจารย์นิธิ คือไป “อ่าน” หรือไปเรียนเอง มหาวิทยาลัยเพียงแต่จัดสิ่งอำนวยความสะดวกในการเรียนเองไว้ให้ เช่น ห้องสมุด และผู้รู้ที่เรียกว่า “อาจารย์” เท่านั้น

ปริญญาตรีเป็นบันไดขั้นสุดท้ายสำหรับการเรียนรู้เองตลอดชีวิต ความสามารถในการเรียนรู้ด้วยตนเอง จึงเป็นคุณสมบัติสำคัญที่สุดในการศึกษา

“เป้าหมายเดิมของการศึกษาระดับปริญญาตรี โดยเฉพาะในอังกฤษและยุโรปนั้น คือความสามารถที่จะเรียนรู้ด้วยตนเอง ไม่ว่าเรียนอะไรในระดับนี้ก็ตาม  ก็ล้วนเรียนเพื่อจะได้สามารถไปเรียนเองถึงระดับไหนก็ได้ที่ตัวเองพอใจ”

เมื่อทุนนิยมยุคใหม่ขยายตัวขึ้นหลังสงครามโลกเป็นต้นมา การศึกษาก็เปลี่ยนไปเพื่อผลิตคนไปป้อนตำแหน่งงาน ไม่ต้องการเสียเงินเสียเวลาให้ใครนั่งเรียนด้วยตัวเองก่อน

“การศึกษาในมหาวิทยาลัยจึงเปลี่ยนไปเป็นการผลิตผู้มีความรู้เฉพาะด้านในระดับสูงเพื่อป้อนเข้าสู่ตำแหน่งงาน—มหาวิทยาลัยไทยจึงตั้งหน้าตั้งตารับใช้ทุนกันอย่างไม่ลืมหูลืมตาจนถึงทุกวันนี้—ทุนนิยมยุคใหม่นี้มีอเมริกันเป็นตัวแทนหรือหัวหอก—ทำให้อิทธิพลอเมริกันครอบงำมหาวิทยาลัยทุกแห่ง”

ผลโดยรวมของการศึกษาในระบบทุนนิยมยุคใหม่ที่มีอเมริกันเป็นหัวหอกก็คือมหาวิทยาลัยไทยระดับปริญญาตรี ไม่ได้ผลิตให้คนมีความสามารถในการเรียนรู้ด้วยตนเอง แต่ผลิตคนให้เป็นเครื่องมือเครื่องจักร

“อาจารย์” มหาวิทยาลัยไทยทุกวันนี้ ก็คือผลผลิตของมหาวิทยาลัยไทยในระบบทุนนิยมดมก้นอเมริกัน ที่ไม่มีความสามารถเรียนรู้ด้วยตนเอง จึงเน้น “สอนมากๆ เรียนน้อยๆ” เพราะคิดไปว่าตนเป็นอาจารย์ผู้รอบรู้หมดแล้ว ไม่ต้องเรียนรู้อะไรอีกแล้ว จึงต้องสอนมากๆ โดยไม่ต้องเรียนรู้อีกแล้ว

สอนมากๆ คือสอนตามตำราที่อาจารย์เคยได้รับปลูกฝังมาก่อน เช่น ตำราของสมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ตำราของศาสตราจารย์ยอร์ช เซเดส์ แม้จะมีวิปลาสคลาดเคลื่อนล้าสมัยอย่างไรก็ต้องสอนมากๆตามตำรานั้น เพราะอาจารย์จะสบายมากไม่ต้องทำงานหนัก แล้วไม่ต้องค้นคว้าขบคิดมาก

เรียนน้อยๆ คือไม่ต้องสนใจไยดีกับวิธีคิดต่างๆที่มีหลากหลายอยู่ในโลก  ไม่ต้องเรียนรู้ให้เท่าทันโลกและชีวิต จึงไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับเศรษฐกิจ การเมือง สังคม ขอให้ท่องบ่นมนตรามากๆตามตำราสมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพกับยอร์ช  เซเดส์ เท่านั้นเป็นพอ ให้เรียนน้อยๆจะได้ปกครองง่ายๆ ถ้าเรียนมากๆแล้วปกครองลำบาก

เมื่ออาจารย์มหาวิทยาลัยไทยทุกวันนี้มีสำนึก “เรียนน้อยๆ” จึงแสวงหาความรู้บนกองทุกข์ของสังคม จากการเป็นครูบาอาจารย์ระบบทุนนิยมดมก้นอเมริกัน ไม่ต้องการทำงานหนักเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ให้ตนเอง

ใครทำงานค้นคว้าวิจัยอย่างหนักจะถูกต่อต้าน เพราะถ้ายกย่องไปก็เท่ากับประจานตนเองที่ไม่ทำงานทางวิชาการ จนสมองมีแต่ความว่างเปล่า เลยต้องเน้น “สอนมากๆ” ตามตำราล้าสมัยของความรู้ล้าหลังคลั่งชาติอย่างสุดใจขาดดิ้น

cov-sombat19-03-52

ส. พลายน้อย ปราชญ์ร่วมสมัยผู้เรียนรู้ด้วยตนเองตลอดชีวิต มีหนังสือล่าสุด 2 เล่ม คือ เกิดในเรือ และชีวิตกับหนังสือ ล้วนผลิตจากคลังสมองที่เรียนรู้ด้วยตนเอง

fluoxetine tiredness order forzest online}