Download PDF

หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับประจำวันจันทร์
ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2552
.

จะไปจังหวัดขอนแก่น แต่ไม่อยากไปทางจังหวัดสระบุรีแล้วเลี้ยวขวาเข้าถนนมิตรภาพ เพราะมีรถมากขวักไขว่ ผมเลยไปทางจังหวัดเพชรบูรณ์เพื่อแวะดูเมืองศรีเทพ ที่อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์

นักประวัติศาสตร์โบราณคดีอธิบายว่า “ศรีเทพ” เป็นชื่อใหม่ตามปากชาวบ้านกลุ่มใหม่ที่เข้ามาตั้งหลักแหล่งอยู่เมื่อราว 100-200 ปีมานี้

แต่ผมไม่คิดอย่างนั้น เพราะชื่อ “ศรีเทพ” มีหลักฐานอยู่ในไอยการตำแหน่งนาพลเรือน ยุคต้นกรุงศรีอยุธยา ก่อน พ.ศ. 2000 ผมเคยเขียนอธิบายถวาย “ท่านมุ้ย” ตอนทำหนังเรื่องสุริโยไท แล้วพิมพ์ในหนังสือท้าวศรีสุดาจันทร์ “แม่หยัวเมือง” ใครว่าหล่อนชั่ว? (พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2540) จะขอคัดย่อๆมาให้อ่านดังนี้

“พันบุตรศรีเทพ” ไม่มีชื่ออยู่ในทำเนียบขุนนางสมัยกรุงศรีอยุธยา แต่บทไอยการตำแหน่งนาพลเรือน มีชื่อตำแหน่ง “หมอศรีเทพ” เป็นหมอ(โพน)ช้างสังกัดกรมช้าง(พระเพทราชา/พระสุรินทราชา) นา 200. และมีอีกชื่อหนึ่งว่า “ขุนสีเทพ” เป็นปลัดซ้ายสังกัดกรมพระคลังวิเศศ นา 800

“ศรีเทพ” เป็นชื่อตำแหน่งหมอ (โพน) ช้าง เรียกตามภาษาส่วยว่า “หมอปะกำ” ซึ่งจัดอยู่ในประเภท “หมอผี” นับเป็นบุคคลพิเศษ มีวิชาอาคมทางไสยศาสตร์ในการประกอบพิธีกรรมเกี่ยวกับช้างซึ่งเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์และมีความสำคัญในการคมนาคมและการสงครามสมัยโบราณ (ชื่อนี้อาจกร่อนมาจาก “อโยธยาศรีรามเทพ” ก็ได้ ปัจจุบันมีเมืองโบราณสมัยทวารวดีเรียกตามปากชาวบ้านว่า “ศรีเทพ” อยู่ริมแม่น้ำป่าสัก จังหวัดเพชรบูรณ์)

พระราชพงศาวดารบันทึกว่าพันบุตรศรีเทพเป็นพนักงานเฝ้าหอพระ แสดงว่าเป็นบุคคลที่มีความรู้พิเศษเกี่ยวกับเทววิทยาหรือไสยศาสตร์ จะเป็นเชื้อสายหมอช้างได้หรือไม่

ผมแวะไปดูที่นักโบราณคดีกรมศิลปากรขุดแต่งไว้ เรียกเขาคลังนอก อยู่นอกเมืองศรีเทพไปทางทิศเหนือราว 2 กิโลเมตร เห็นซากสถูปรูปสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ทางพุทธศาสนาสมัยทวารวดี มีอายุราว พ.ศ. 1200-1300 รุ่นราวคราวเดียวกับพระปฐมเจดีย์(องค์เดิม) ที่นครปฐม กับสถูปวัดโขลง เมืองคูบัว ราชบุรี

วันนั้นเป็นวันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ จึงมีชาวบ้านกับนักท่องเที่ยวจากต่างถิ่นแวะเวียนไปดูไม่น้อย มีร้านขายของที่ระลึกอันน่าอัศจรรย์ใจ คือขายรูปเก่าเขาคลังนอกก่อนขุดแต่งเป็นเนินดินสูงใหญ่ กับรูปใหม่กำลังขุดแต่งและหลังขุดแต่ง เห็นซากศิลาและอิฐก่อซ้อนกันเป็นสถูปโบราณชัดเจน

ไม่น่าเชื่อว่าขายได้ แล้วมีคนซื้อไปบูชาเสียด้วย

กรมศิลปาการคงไม่เฉลียวว่าจะมีสิ่งดีๆอย่างนี้เกิดขึ้น คือรูปเก่าซากสถูปสถานกลายเป็นสินค้าศักดิ์สิทธิ์ขายได้ ชาวบ้านเอาไปบูชา ถ้ากรมศิลปากรเขียนคำอธิบาย “เป็นภาษาคน” สักหน่อย โดยพาดพิงถึงพระปฐมเจดีย์ว่าองค์ที่อยู่ข้างในทรงลังกาก็จะมีรูปแบบเดียวกับสถูปเขาคลังนอกนี่แหละ แล้วเชื่อมโยงเมืองศรีเทพ ว่าสำคัญอย่างไร ก็จะเป็นการเผยแพร่ความรู้สู่สาธารณะอย่างธรรมดาๆธรรมชาติๆ สั่งสมไปเรื่อยๆก็รู้เอง

อันที่จริงควรทำนิทรรศการง่ายๆกับพิมพ์แผ่นปลิวราคาถูกๆอธิบายความรู้ทั่วๆไปเป็นพื้นๆก็เท่ากับเป็นการศึกษาทางเลือก หรือการศึกษาตามอัธยาศัยได้วิเศษสุด

กรมศิลปากรลงมือทำเสียตอนนี้ตรงที่ขุดแต่งนั่นแหละ ยังไม่สาย แล้วกลับจะได้คำยกย่องสรรเสริญเจริญพรอักโขภิณี ผมนี่แหละจะกราบก้มประนมกรสุดใจขาดดิ้นทีเดียว

kaoklang21

ร้านขายของที่ระลึกเป็นเพิงหมาแหงน แต่ขายรูปเก่า-ใหม่ของสถูปทวารวดี รุ่นเดียวกับพระปฐมเจดีย์ มีราคาน่าอัศจรรย์ใจ แสดงว่ามีคนกระหายใคร่รู้ความเป็นมาอยู่ด้วย