Download PDF

หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับประจำวันพฤหัสบดี
ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2552

.

๏ สีชังชังชื่อแล้ว อย่าชัง
อย่าโกรธพี่จริงจัง จิตข้อง
ตัวไกลจิตก็ยัง เนาแนบ อยู่นา
เสน่ห์สนิทน้อง นิจโอ้อาดูร
๏ สีชังชังแต่ชื่อ เกาะนั้นหรือจะชังใคร
ขอแต่แม่ดวงใจ อย่าชังชิงพี่จริงจัง
ตัวไกลใจพี่อยู่ เป็นคู่น้องครองยืนยัง
ห่างเจ้าเฝ้าแลหลัง ตั้งใจติดมิตรสมาน

โคลงหุ้มกาพย์หรือกาพย์ห่อโคลงที่ยกมานี้ เป็นเนื้อเพลงสีชัง ร้องโดย ม.ร.ว. ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ ราว 40 กว่าปีมาแล้ว

เนื้อร้องเพลงสีชังที่คัดมาได้จากความจำของผมเองที่ร้องตามวิทยุเมื่อราว 40 กว่าปีมาแล้ว และไม่เคยตรวจสอบว่าถูกต้องตามต้นฉบับหรือไม่? แม้จะมีผู้มาบอกว่าโคลงนี้เป็นพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 5 ก็ได้แต่ฟังไว้ รู้ไว้เท่านั้น แต่ไม่เคยควานหาหลักฐาน เพราะนี่เป็นอารมณ์ชอบส่วนตัว เป็นฉันทาคติที่มีแต่ครั้งนั้น

ตัดฉากไปที่ พ.ศ. 2513 ขรรค์ชัย บุนปาน กับ สุจิตต์ วงษ์เทศ เพิ่งเรียนจบปริญญาตรีจากคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร แรกเข้าทำงานประจำกองบรรณาธิการสยามรัฐรายวัน ที่ถนนราชดำเนิน

ครั้งนั้น ม.ร.ว. ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ ที่เรียกกันภายหลังว่า “อาหม่อม” บ้าง – “น้าหมึก” บ้าง ขับรถโฟล์คเต่า(อาหม่อมเรียกเองว่ารถโฟล์คกะปัด)มักจะแวะเวียนรับขรรค์ชัยกับผมไปกินข้าวกลางวัน เช่น พาไปกินข้าวต้มบ้านหม้อ ฯลฯ ครั้งหนึ่งพาไปสุพรรณบุรี ไปกินปลาทอดที่ตลาดสามชุก แล้วไปสำรวจข่าวแถวๆเดิมบางนางบวช จนบ่าย-เย็นก็พาเข้าอยุธยาไปกินกุ้งเผาร้านแพกรุงเก่า ยุคแรกยังอยู่ตรงข้ามวัดพิชัยที่พระเจ้าตากประชุมพลก่อนยกไปจันทบุรี

นับแต่คราวนี้ อาหม่อมน้าหมึกเลยเรียกเด็กเกเรสองคนว่า “สองกุมารสยาม”

อาหม่อมมีแก้วเสียงวิเศษอย่างร่วมสมัย แต่ “เข้าโหม่ง” หมายถึงแก้วเสียงทุ้มใสเข้ากับฆ้องวงในวงปี่พาทย์ เลยร้องได้นุ่มสนิททั้งเพลงดนตรีวงปี่พาทย์กับวงไทยสากลอย่างสุนทราภรณ์

“อาหม่อม” ถนัดศรี เป็นศิลปินแห่งชาติในดวงใจของประชาชนพลเมืองมานานมากแล้ว ก่อนที่ราชการจะมีประกาศยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติ

card-kunc1