เรื่องแต่งอิงพงศาวดาร

มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 30 มกราคม 2552

“ไม้จันทน์มีไว้บูชาตถาคตพระพุทธเจ้า ไม่ได้มีไว้ฆ่า” กรมพระราชวังบวรฯ กรมขุนพรพินิต ผู้ทรงเป็นเจ้าน้อง ตรัสบอกเจ้าพี่กรมขุนอนุรักษ์มนตรีที่ทูลให้ประหารเจ้าสามกรมด้วยท่อนจันทน์

“สามกรมไม่ใช่ตถาคต แต่มันตระบัดสัตย์แล้ว นี่จะบูชาพวกมันหรือ” เจ้าพี่แสดงอาการหงุดหงิด “เอาท่อนจันทน์นั่นแหละประเคนให้เป็นศพ แล้วเอาไม้จันทน์เผาศพพวกมันด้วย”

จันทน์เป็นชื่อพรรณไม้หลายชนิด มีเนื้อไม้หอม ใช้ทั้งในงานมงคล เช่น ใช้ผงจากแก่นไม้ทำธูปเทียนอบจุดไหว้พระ และงานอัปมงคล เช่น ประหารชีวิตเจ้านาย

จันทน์ จันทน์พม่า จันทน์หอม เป็นไม้ยืนต้น ใบดกหนาทึบ ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปหอกกลับ ขอบจักตอนปลาย ดอกขาวเหลืองเป็นช่อ ผลมีครีบตามยาว 5 ครีบ เนื้อไม้แก่จัดคล้ายไม้ผุ สีน้ำตาลแลบดำ หอม ใช้ผงจากแก่นไม้นี้ทำธูปเทียนอบ ทำน้ำอบไทย เครื่องหอมอบเสื้อผ้า ปรุงเป็นยาหอมบำรุงหัวใจให้สดชื่น โบราณใช้ท่อนจันทน์สำเร็จโทษผู้มีเชื้อกษัตริย์

จันทน์ขาว จันทน์ใบเล็ก จันทนา เป็นไม้ยืนต้น ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม ดอกขาวนวลเป็นช่อ เนื้อไม้หอม ใช้ทำฝืนเผาศพ

จันทน์ชะมด เป็นไม้ยืนต้น ใบช่อเรียงสลับ ยอดอ่อนมีขนสั้นสีน้ำตาล ดอกขาวเล็กเป็นช่อ เนื้อไม้หอม ใช้เผาศพ

จันทน์แดง จันทน์ผา เป็นไม้ยืนต้น ลำต้นแตกแข็งเป็นง่าม ใบแคบยาวเรียงสลับถี่เป็นกลุ่มตามกิ่งเป็นกระจุก ดอกขาวเป็นช่อยาวติดลูกเป็นพวงคล้ายหมากแดงหมากเหลือง ในรากมีกรดที่เจาะหินทะลุให้รากเดินได้ ไม่ชอบขึ้นในที่ราบ ลำต้นที่ถูกเห็ดราเกาะกินเรียกว่า สาร มักสีแดง กลิ่นหอมใช้เป็นสมุนไพร จันทน์แดงมีรสขมเย็นแก้ไอ แก้เลือดออกตามไรฟัน แก้บาดแผล แก้ไขจากน้ำดีพิการ เป็นยาแก้กระสับกระส่าย แก้พยาธิ เป็นยาเย็นดับพิษไข้ได้ทุกชนิด ใช้ฝนทาแก้ฟกบวมหรือฝี

จันทน์เทศ จันทน์บ้าน เป็นไม้ยืนต้น ใบเรียงสลับ ดอกเดี่ยว ผลสุกลูกสีเหลือง เยื่อหุ้มเมล็ดเป็นร่างแหสีแดง เมล็ดสีน้ำตาลเข้ม เยื่อหุ้มเมล็ดและเมล็ดใช้เป็นเครื่องเทศ เรียกว่าดอก

จันทน์ ลูกจันทน์ เนื้อไม้มีรสขม หอม ร้อน แก่นแก้ไข้กระสับกระส่ายตาลอย บำรุงตับ ปอด หัวใจ น้ำดี เมล็ดใน หอม ฝาด หวาน แก้กระหายน้ำ บำรุงกำลัง แก้จุกเสียด แก้กำเดา แก้ท้องร่วง แก้ปวดรัดมดลูก ขับลมในลำไส้ บำรุงโลหิต แก้บิด แก้ธาตุพิการ รกหุ้มเมล็ด(ดอกจันทน์) บำรุงโลหิต บำรุงผิวเนื้อ

จันทน์ลูกหอม จันทน์โอ ลูกอินทร์ จันทนา เป็นไม้ยืนต้น ใบแข็งเขียวดกหนาทึบ จันทน์ลูกหอมลูกกลม ห่ามเหลืองแบนหอม จันทน์โอลูกกลมเหมือนส้ม ไม่แบน กลิ่นหอม รับประทานได้ บางคนรับประทานกับน้ำกะทิสด เนื้อไม้รสหวาน บำรุงประสาทเนื้อหนังให้สดชื่น แก้ไข้ แก้ปอด ตับ ดีพิการ แก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้เหงื่อออกมาก ขับพยาธิ

“เราเป็นลูกพ่อเดียวกัน มีพ่อคนเดียวกันนะเจ้าพี่” เจ้าน้องท้วงติง

“แต่คนละแม่ เรามีแม่คนละแม่” เจ้าพี่ย้อน “พวกมันเคยให้ร้ายเจ้าพี่ธรรม ธิเบศร์ถูกเฆี่ยน

จนสิ้นพระชนม์มาแล้วจำได้ไหม ขืนปล่อยไว้ก็เหมือนปล่อยเสือเข้าป่า มันจะย้อนกลับมากินเรา หอกข้างแคร่จะกลับมาทิ่มแทงเรา”

“เมตตาธรรมค้ำจุนโลก พระอาจารย์วัดประดู่โรงธรรมสอนว่าเมตตาธรรมค้ำจุนโลก เราไม่ควรขัดขวางเมตตาที่จะมาค้ำจุนโลก”

“เมตตาคนคดไม่ได้ผล เพราะไม่มีวันตรง” เจ้าพี่อธิบายโน้มน้าวให้เจ้าน้องเด็ดขาด “คนคดไม่มีตรง คนโกงไม่มีซื่อ คนพวกนี้มีร่างแต่ร้างใจ ทำร้ายองค์ธรรม ธิเบศร์ หวังเป็นวังบวรแทน แล้วหวังราชสมบัติ จึงกำจัดคนอื่นที่ขวางอยู่”

“ถ้าถึงกับฆ่าแกงกัน ก็กลัวว่าจะลุกลามไปกันยกใหญ่ แล้วระงับไม่ได้”

“ไอ้ที่น่ากลัวที่สุด แล้วทำให้เรากลัวที่สุดก็คือความกลัวนี่แหละ ต้องไม่กลัวมันเลย แล้วไม่น่ากลัว”

“นิมนต์พระราชาคณะพระอาจารย์มาช่วยเกลี้ยกล่อมสักคราวหนึ่งก่อนเถิด ถ้าไม่ได้ผลแล้วค่อยว่ากันใหม่” เจ้าน้องตัดบทให้ขุนนางเจ้าหน้าที่เร่งไปนิมนต์พระสงฆ์

ในเพลาเย็นวันนั้น พระราชาคณะ 5 รูป คือ พระธรรมโคดม วัดธรรมิกราช, พระธรรมเจดีย์ วัดสวนหลวงสบสวรรค์, พระพุทธโฆษาจารย์ วัดพุทไธสวรรย์, พระเทพมุนี วัดกุฎีดาว, พระเทพกระวี วัดพระรามาวาส อันพระเทพมุนีมีพรรษามากกว่ารูปอื่นทั้งหมด ก็พากันมาชุมนุมอยู่ทิมสงฆ์

ครั้นเพลาประมาณทุ่มเศษ จึงมีพระบัณฑูรให้นิมนต์เข้าไปที่พระตำหนักสวนกระต่าย ตรัสอาราธนาพระราชาคณะทั้ง 5 รูป มีพระเทพมุนีเป็นประธาน ให้ไปว่ากล่าวเล้าโลมเจ้าสามกรมให้มาสมัครสมานสโมสรสามัคคีด้วยกันตามพระราชโอวาทสมเด็จพระบรมโกศตรัสสั่งไว้

พระราชาคณะพระอาจารย์ทั้ง 5 รูป ไปเจรจากับเจ้าสามกรมถึงสองหนสองกลับจนเพลาดึกสามยามเศษใกล้รุ่ง เจ้าสามกรมจึงมาเฝ้า

“จะตั้งใครเป็นพระมหาอุปราชกรมพระราชวังบวร” เจ้าสามกรมทูลถามกรมขุนพรพินิตที่ได้รับพระราชทานราชสมบัติสืบจากสมเด็จพระราชบิดาพระบรมโกศ

“งานพระบรมศพยังคาอยู่” กมขุนพรพินิตตรัสตอบ “ยังไม่ได้คิดข้อราชการอะไรเลย”

“เมื่อไรจะคิด”

“ให้เสร็จการพระบรมศพก่อนแล้วจะคิด”

เจ้าสามกรมได้ยินดังนั้นก็เงียบไปพักหนึ่ง แล้วตรัสหารือกรมขุนพรพินิตว่า “ขอให้กรมหมื่นจิตสุนทรเป็นพระมหาอุปราช”

กรมขุนพรพินิตรับว่าเมื่อปราบดาภิเษกและเสร็จการพระบรมศพแล้วจะคิดเรื่องให้กรมหมื่นจิตสุนทรเป็นพระมหาอุปราช

“ขอให้กรมหมื่นสุนทรเทพกับกรมหมื่นเสพภักดีดูแลเมืองมะริดกับตะนาวศรี”

กรมขุนพรพินิตรับว่าเมื่อปราบดาภิเษกและเสร็จการพระศพแล้วจะคิดเรื่องให้กรมหมื่นทั้งสองดูแลเมืองมะริดกับตะนาวศรี

เจ้าสามกรมได้ยินแล้วร่วมกันกระทำสัตย์ถวายต่อหน้าพระอาจารย์และพระราชาคณะทั้งหมด เสร็จแล้วต่างแยกกันกลับที่ทาง พระสงฆ์ก็กลับวัด

รุ่งขึ้นตอนเช้า เจ้านายทุกพระองค์เสด็จมาพร้อมกันที่พระที่นั่งทรงปืน ครั้นสรงพระบรมศพแล้วอัญเชิญเข้าพระบรมโกศ นำขึ้นประดิษฐานไว้บนพระที่นั่งบรรยงก์ รัตนาสน์ตรงลานหน้าจักรวรรดิ์ ด้านตะวันออกของวังหลวง