Download PDF

ข่าวสด – วันอังคารที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๔๖

 

“จิ้มก้อง” ไม่ใช่ “จิ้มกล้อง”

เพราะยังไม่เคย “ขัดลำกล้อง”

เคยเขียนบอกแล้วว่า ส่วย เป็นระบบเกณฑ์และเก็บทรัพยากร ของไพร่บ้านพลเมืองส่งให้เจ้านาย แต่ยังไม่ได้บอกว่ามีรากจากภาษาจีน ผู้รู้เรื่องนี้บอกว่ากวางตุ้งเรียกซุย ส่วนแต้จิ๋วเรียกส่วย หมายถึงภาษีอากร

สรุป ไทยได้คำว่าส่วยจากจีนแต้จิ๋วมาใช้ หลายชั่วคนจนนับไม่ได้เลยลืม แล้วตีขลุมว่าเป็นคำไทยแท้

คู่กับส่วย มีอีกคำหนึ่งว่าจิ้มก้อง คำนี้ออกจะโบราณเก่าแก่กว่าส่วย แต่ก็ไม่มีพยานหลักฐานอะไรยืนยันได้ชัดเจน นอกจากดูร่องรอยทางประวัติศาสตร์ เศรษฐกิจ-การเมือง ยุคดั้งเดิม

เผอิญอ่านคอลัมน์ผ่าหมาก ในมติชน (หน้า ๙ วันเสาร์ที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๔๖) พูดถึงคำจิ้มก้อง แล้วอธิบายไว้ดังนี้

จิ้มกล้อง เป็นคำที่ชาวจีนในสมัยก่อนที่นิยมสูบฝิ่นใช้เรียกกัน เพราะการสูบฝิ่นนั้นจะต้องมีไม้ใช้ทะลวงรูลำกล้องไม่ให้เศษฝิ่นเข้าไปอุดตันเพื่อสะดวกในการสูบฝิ่น

            ชาวจีนสมัยก่อนจึงนำเอาคำ จิ้มกล้อง มาเป็นภาษาใช้เรียกในกรณีที่ต้องเข้าไปติดต่อทั้งในหน่วยราชการและหน่วยงานเอกชน และนำเอาสิ่งของ เงินทอง ตั๋วแลกเงิน และอื่นๆ ติดมือไปมอบให้ผู้มีอำนาจในหน่วยงานนั้น เพื่อให้ได้รับความสะดวกและได้รับความเอื้ออำนวยสนองตอบตามความต้องการ

            แต่ชาวจีนรุ่นใหม่จะเรียกว่า ค่าน้ำร้อนน้ำชาเพื่อความเข้าใจของผู้รับ”

ข้อเขียนนี้พาดพิงไปถึง “ฝิ่น” ผมได้ยินมานานมากแล้ว แต่จะใช้อธิบายเพื่อความครึกครื้นในวงสาโท ไม่คิดเป็นเรื่องจริงจังอะไร ฉะนั้นไม่มีใครเชื่อ และไม่คิดจะใช้เป็นงานเป็นการ

แต่ข้อเขียนนี้อธิบายเป็นจริงเป็นจัง แถมยังสะกดคำ จิ้มก้อง เป็น “จิ้มกล้อง” หลายครั้ง ราวกับจะบอกว่าที่ถูกต้องคือ “จิ้มกล้อง” เพื่อสนับสนุนว่ามาจากกล้องสูบยาฝิ่น จริงๆ

ผมจะไม่ถกเถียงหรือทักท้วงใดๆ ถือเสียว่าดูดาวคนละดวง แต่พยานหลักฐานจากนักปราชญ์จีน-ไทยหลายท่าน โดยเฉพาะอาจารย์เฉลิม ยงบุญเกิด อธิบายว่า

จิ้มก้อง มีรากจากภาษาจีนว่า จิ้งก่ง ส่วนจีนกลางว่า จิ้มกุ้ง แปลว่า ถวายบรรณาการ ไทยรับมาใช้ว่า จิ้มก้อง

อาจารย์เฉลิมอธิบายว่า จิ้ม คำจีนแปลว่า ให้ ส่วน ก้อง คำจีนแปลว่า ของกำนัล ทั้งหมดมีความหมายคาบเกี่ยวกับส่วย บางทีใช้ว่า ทวงก้อง หมายถึงทวงส่วย ก็ได้

การค้าฝิ่นและสูบฝิ่นเพิ่งมีแพร่หลายยุคกรุงเทพฯ นี้เอง แต่จิ้มก้องเป็นวัฒนธรรมการค้า-การเมืองของจักรพรรดิจีน กับนานาชาติเล็กๆ อย่างสยาม กับละโว้ และแคว้นอื่นๆ มาก่อนยุคสุโขทัย เป็นที่รู้ทั่วไปว่า ระบบการค้าบรรณาการ ที่ชาติเล็กเมืองน้อยต้องมีของไป “จิ้มก้อง” จักรพรรดิจีนที่ปักกิ่ง

พระเจ้าตาก(สิน) ก็ต้องส่งบรรณาการคือ จิ้มก้อง ดังมีอยู่ในนิราศกวางตุ้ง บอกว่า “อนึ่งนอก จิ้มก้อง เป็นของถวาย โปรยปรายประทานไปนักหนา”

ระบบจิ้มก้อง เลิกเมื่อรัชกาลที่ ๔ เพราะทรงเห็นว่าหมดยุคแล้ว ต่อไปต้องปรับตัวเข้ากับตะวันตกที่กำลังล่าอาณานิคม แต่วัฒนธรรมจิ้มก้อง ยังมีในสังคม

รายละเอียดเกี่ยวกับระบบการค้าจิ้มก้องที่มีมาแต่ดึกดำบรรพ์ก่อนกรุงสุโขทัยนี้หาอ่านได้จากงานวิจัยของ ดร.สืบแสง พรหมบุญ มีพิมพ์เป็นเล่มขายด้วย

ขอร้องเถอะ! อย่าทำให้จิ้มก้อง กลายเป็นจิ้มกล้อง เลย เพราะไม่ได้มีเหตุให้ขัดลำกล้อง จนต้องจิ้มหรือทิ่ม