ข่าวสด – วันเสาร์ที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๔๖

 

เพลงดนตรี ที่ไม่เป็น

“ข้าศึกต่อพรหมจรรย์”

ตลาดเก่าเยาวราชตอนเช้าตรู่ก่อนพระอาทิตย์ทอแสง ยังไม่มีคนพลุกพล่าน มีแต่แม่ค้าพ่อขายเริ่มเปิดร้าน เตรียมสรรพสิ่งของมากองขาย ขณะนั้นจะได้ยินเสียงสวดมนต์ มีดนตรีแบบจีนเคล้าคลออย่างเคร่งครัดและขรึมขลัง

ไม่ได้ซาบซึ้งรสพระธรรม แต่ชอบดนตรี มีทั้งแบบจีน แบบทิเบต และแบบอื่นๆ หลายหลากมากลีลา เคยคิดว่าจะลองเอาดนตรีไทยใส่ทำนองลำลองไปกับเสียงสวดโอ้เอ้พิหารราย คงครึกครื้นยิ่งนัก เพราะเนื้อหามาจากกาพย์พระไชยสุริยาของสุนทรภู่ แล้วทำนองกระทุ้งกระแทกแดกดันดี

แต่นั่นไม่ใช่หนทางหลุดพ้นสังสาร เพราะไม่ใช่ทางสงบ เลยหยุดไว้ก่อน กลัวจะบ้า ต้องเปิดเพลงคาถาชินบัญชรกับเพลงคาถาพาหุง ของหลวงพี่เสฐียรพงษ์     วรรณปก ลดความฟุ้งซ่านดีนัก

ดนตรีกับศาสนามีคู่กันกับสังคมชาวสยาม มาแต่ยุคดั้งเดิมเริ่มแรกดึกดำบรรพ์ ไม่น้อยกว่า ๓,๐๐๐ ปีมาแล้ว แต่มาหยุดพัฒนาการไปด้วยเหตุใดไม่รู้ได้ เพิ่งเข้าใจเมื่ออ่านเอกสารที่ถอดจากปาฐกถาของ ส. ศิวรักษ์ เรื่องสังคมไทยกับทศวรรษแห่งการจากไปของพระพุทธทาสภิกขุ เมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๔๖ ที่ผ่านมานี้เอง จะขอคัดมาสู่กันอ่านดังนี้

“ศาสนพิธีนั้น เป็นองค์ประกอบที่สำคัญของศาสนา โดยที่เถรวาทแบบไทยนั้น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ทรงเริ่มปรับปรุงเปลี่ยนแปลงมาแต่สมัยทรงผนวชในรัชกาลที่ ๓ แล้วคงรูปลักษณ์สืบต่อๆ กันมา อย่างแทบจะไม่ได้ปรับปรุงให้ถึงแก่น เพื่อความเหมาะสมกับยุคสมัยเอาเลย ท่านอาจารย์พุทธทาสเพียงนำคำแปลมาประกอบ ให้ชาวบ้านร้านตลาดเข้าใจคำสวดสังวัธยายด้วยเท่านั้น แม้นั่นจะเป็นคุณานุคุณ แต่ก็ยังไม่เพียงพอ

ท่านอาจารย์เคยเล่าว่า นายปรีดี พนมยงค์เคยเสนอกับท่านให้นำเอาดนตรีมาประยุกต์ใช้กับศาสนพิธี เพื่อใช้ความไพเราะเป็นพาหะให้พุทธมามกะเกิดศรัทธาปสาทะ ดังที่เราใช้ความงามเป็นพาหะให้เข้าถึงธรรมะกันมาแต่ไหนแต่ไร ทั้งทางมหายานและ วัชรยานก็ใช้ดนตรีกับศาสนพิธีด้วยกันทั้งคู่

            ความข้อนี้ท่านอาจารย์พุทธทาสก็ดูจะเห็นด้วย หากท่านยอมรับว่า ท่านไร้ความสามารถในทางดนตรีเอาเลย และเถรวาทที่แล้วๆ มาตีประเด็นในเรื่องของสิกขาบทข้อที่ ๗ ในเรื่อง นจจคีต วาทิต วิลูกทสสนา อย่างคับแคบเกินไป ทั้งๆ ที่ในบทพระบาลีก็เน้นไว้ชัดเจน ให้เว้นจากการฟ้อนรำ ขับร้อง บรรเลงดนตรี ดูการละเล่น อันเป็นข้าศึกต่อพรหมจรรย์ เท่านั้น

            การฟ้อนรำ ขับร้อง และดนตรี ที่เป็นคุณต่อพรหมจรรย์มีมากต่อมากนัก ดังดนตรีอย่างดีจนถึงชั้นเลิศของฝรั่งก็ออกมาจากพิธีกรรมของฝ่ายคริสต์ พระมหานิกายเดิมของเรา ก็อุดหนุนทั้งมโหรี ปี่พาทย์ หนังใหญ่ มโนราห์ ยังการประโคมรับพระ บรรเลงกล่อมระหว่างที่พระฉัน และการบรรเลงรับเทศน์แต่ละกัณฑ์ของมหาชาติ ก็แสดงถึงบทบาทเดิมของเราอยู่แล้ว มิใยต้องเอ่ยถึงว่าการสวดสังวัธยายนั้น ก็คือการบรรเลงรวมอยู่ด้วย

            เราเพิ่งมาเคร่งครัดในทางรังเกียจดนตรี แต่เมื่อมีอิทธิพลมาจากธรรมยุติในรอบร้อยปีมานี้เอง”

ถึงตรงนี้เลยจำได้ว่า อาจารย์ธนิต อยู่โพธิ์ อดีตอธิบดีกรมศิลปากร เคยเขียนหนังสือไว้เล่มหนึ่งชื่อดนตรีในพระธรรมวินัย อ้างถึงคัมภีร์เก่าเล่าว่าพระพุทธเจ้าเคยสดับดนตรีด้วย

เพลงที่พระพุทธเจ้าเคยสดับครั้งนั้น ยังบรรเลงสืบทอดถึงทุกวันนี้ คือเพลงสาธุการ นั่นไง !fluoxetine rash price of temovate} else {