Download PDF

ข่าวสด – วันพฤหัสบดีที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๔๖

 

“ส่วยน้ำ” ส่งให้ “ขอม”

“ส่วยน้ำกาม” ส่งให้ใคร?

 

ส่วย เป็นระบบเกณฑ์และเก็บทรัพยากรอันเป็นทุนทางสังคมและวัฒนธรรมของไพร่บ้านพลเมือง ส่งให้แก่เจ้านาย ระบบส่วยดังกล่าวมีตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์นานมาแล้ว นานก่อนสมัยกรุงศรีอยุธยา และมีทั่วไปทั้งภูมิภาคอุษาคเนย์ แต่จะเรียกส่วยหรือเรียกอย่างอื่นต่างกันไป

ส่วยมี ๒ อย่าง คือ ส่วยแรง กับ ส่วยสิ่งของ

ส่วยแรง เป็นส่วยเก่าสุด คือพวกไพร่บ้านพลเมืองถูกเกณฑ์ไปทำงานรับใช้เจ้านายต้นสังกัดตามระยะเวลาที่กำหนด เช่น เดือนเว้นเดือน เรียก“เข้าเดือนออกเดือน” ตกปีละ ๖ เดือน ต้องส่งส่วยแรงไปทำงานรับใช้ฟรีๆ ไม่มีค่าตอบแทน ต้องหาข้าวกินเอง

ส่วยสิ่งของ คือพวกไพร่บ้านพลเมืองที่อยู่ห่างไกลในป่าดงพงพี จะเอาตัวมาทำงานใช้แรงรับใช้ก็ลำบาก เลยต้องส่งเป็นสิ่งของที่มีในย่านนั้น เช่น ครั่ง, ฝาง, ไม้เนื้อหอม(อย่างกฤษณา) เป็นต้น ต่อมาพวกไพร่หนีเกณฑ์มากขึ้น เพราะทำงานหนัก และรับใช้เจ้านายจนไม่มีช่องทางทำมาหากินให้ตัวเองและครอบครัว เจ้านายเลยผ่อนผันให้ส่งเป็นเงินแทนแรงก็ได้ จึงมีส่วยเงิน สำหรับไพร่ในเมืองที่มีรายได้เป็นเงินบ้างแล้ว

แต่พวก“เขมรป่าดง”ซึ่งเป็นข่า จากฝังซ้ายแม่น้ำโขง ที่กระจายตั้งหลักแหล่งเข้ามาถึงบริเวณลุ่มน้ำมูน-ชี แถบสุรินทร์ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ ต้องส่งส่วยสิ่งของหลายอย่าง รวมทั้งส่วยทอง(คำ) ที่มีมากแถวอัตตะปือ-จำปาสัก คนเมืองหลวงที่กรุงเทพฯ เลยเรียก“เขมรป่าดง”พวกนี้ว่าส่วย สืบมาถึงทุกวันนี้

แท้จริงแล้วส่วยไม่ใช่ชื่อกลุ่มชนชาติเหมือนไทย ลาว มอญ เขมร ฯลฯ แต่เป็นชื่อเรียกระบบเกณฑ์และเก็บตามพันธะทางสังคม คนกรุงเทพฯ ไปเรียกเขาเองว่า ส่วย จนตัวเขาเองก็ลืมว่าแท้จริงมีชื่อเรียกเผ่าพันธุ์ตัวเองว่า กุย หรือ โกย ที่แปลว่า คน เหมือนคำว่า ไท หรือ ไต นั่นแหละ

ในประวัติศาสตร์สุโขทัย มีส่วยสิ่งของสำคัญอย่างหนึ่งคือ ส่วยน้ำ ที่พระร่วงต้องส่งให้เจ้านายคือขอม สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงพระนิพนธ์บทร้องเป็นโคลงบทหนึ่ง มีข้อความเกี่ยวข้องกับพระร่วงส่งส่วยน้ำว่า

 

          สุโขทัยเกิดผู้กอบ          บุญราย หนึ่งเอย

ถนัดชื่อนายร่วงนาย             ส่วยน้ำ

ตักน้ำใส่ชะลอมหวาย           บ่ห่อน รั่วเลย

อิทธิฤทธิ์เรากรายกล้ำ           บ่ได้ต่อไป

 

ต่อมา รัชกาลที่ ๗ ทรงพระราชนิพนธ์ทำนองเพลงเขมรละออองค์ แล้วทรงเลือกบทร้องจากบทละครเรื่องพระร่วง หรือขอมดำดิน ของรัชกาลที่ ๖ ว่า

 

          เมื่อนั้น                                  ท้าวพันธุมทรงฟังแล้วนั่งนิ่ง

ไทยคนนี้มีปัญญากล้าจริงๆ               จะละทิ้งช้าไว้ไม่เป็นการ

จึงมีพระราชบัญชา                           แต่พระยาเดโชยอดทหาร

ตัวเรานี้มีบุญญาธิการ                      ไม่มีใครเปรียบปานแต่เดิมมา

บัดนี้พระร่วงเมืองละโว้                     มีปัญญาอักโขทั้งใจกล้า

ไม่เกรงซึ่งราชอาชญา                       ทิ้งไว้ช้าจะทำรำคาญใจ

จะตั้งตนขึ้นเป็นผู้วิเศษ                     ก่อเหตุกำเริบเติบใหญ่

แน่ะพญาเดโชชาญชัย                      จงรีบไปกุมจับคนสำคัญ

 

ประวัติศาสตร์กรุงเทพฯ ยุคนี้ แม้ไม่มีส่วยน้ำในชะลอมหรือกระออมส่งให้“ขอม” แต่มี ส่วยน้ำกาม ในอ่างกระฉ่อนโลก

ปัญหาอยู่ที่ ส่วยน้ำกามส่งให้ใคร? ที่ไหน? โรงพักอะไรบ้าง?