ข่าวสด – วันจันทร์ที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๔๖

 

“ค่ายพม่า” บ้าบอที่ไหนกัน

เมืองพรหมบุรีโบราณต่างหาก

ทุกครั้งนั่งรถไปตามถนนสายเอเชียพ้นเขตอยุธยา เข้าอ่างทอง เลยไปจนถึงตำบลบ้านแป้ง อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี ต้องเหลียวหน้าไปทางด้านขวามือด้วยความเคยชิน เพื่ออ่านป้าย ค่ายพม่า แล้วด่าคนสั่งให้ทำป้ายนี้อยู่ในใจทุกคราวว่า

“พม่าพ่อพม่าแม่ของใครวะ ทำค่ายคูใหญ่มหึมาขนาดนี้”

         มากกว่าสิบปีก่อนหน้านี้ มีป้ายเล็กๆ เขียนว่า ค่ายพม่า อยู่ริมถนนเท่านั้น เพื่อจะบอกให้รู้ว่าบริเวณนั้นมีซากอะไรสักอย่างตั้งอยู่ เมื่อมองทางขวาจะเห็นแนวคันดินยาวไปกลางทุ่งนา ปากชาวบ้านบริเวณนั้นพูดตามประสบการณ์ที่ได้จากประวัติศาสตร์ชาวบ้าน เรื่องสงครามไทยรบพม่า เลยเรียกตามความเข้าใจว่า ค่ายพม่า กันต่อๆ มา

ครั้นหลังจากนั้น มีการตกแต่งเป็นค่ายจริงๆ ขึ้นมา คือเอาไม้ไปปักเป็นค่ายคูประตูหอรบอย่างค่ายทหารอเมริกัน ในหนังอินเดียนแดงของฮอลลีวู้ด แล้วยกป้ายใหญ่โตข้างหน้าว่า ค่ายพม่า อย่างถาวรจนทุกวันนี้ เพื่อหลอกขายนักท่องเที่ยว

มติชน รายวัน (หน้า ๒๒ ฉบับวันพุธที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๔๖) พาดหัวข่าวนำว่า “โวย อบต. รุกโบราณสถานคูค่ายพม่า ไม่สนคำสั่งจังหวัดให้ปรับคืนพื้นที่”

ครั้นถึงวันศุกร์ที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๔๖ มติชน รายวัน (หน้า ๒๓) ลงข่าวเล็กว่า “ผวก. สิงห์บุรี ตั้ง กก. สอบบุกรุกค่ายพม่า” ซึ่งถือเป็นโบราณสถานที่กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนไว้แล้ว

ผู้บุกรุกค่ายพม่าแห่งนี้เป็นสมาชิก อบต. ทางจังหวัดแจ้งว่าทำผิดกฎหมายตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ผู้บุกรุกไม่ยอมแก้ไขนานนับปี เลยต้องเดือดร้อนถึงผู้ว่าฯ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมศิลปากร ที่ดินอำเภอ ฯลฯ ต้องร่วมกันกล่าวหาฟ้องร้องเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งก็ทำถูกต้องแล้วและต้องตะเพิดออกไปโดยเร็ว

ปัญหามีว่าที่ตรงนั้นเป็น ค่ายพม่า จริงหรือ?

กรมศิลปากรโดยเด็กๆ ในหน่วยศิลปากร ที่อยุธยา ขึ้นทะเบียนเรียกชื่อโบราณสถานแห่งนี้ว่า คูพม่า แล้วบันทึกในทะเบียนว่าเป็น “คูค่ายพม่า สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๑๒๗ ครั้งพระเจ้าเชียงใหม่ยกทัพมาที่เมืองชัยนาท”

ตรงนี้กรมศิลปากร เลอะเทอะ แล้ว เพราะไม่มีหลักฐานในพระราชพงศาวดารเล่มไหนเลย ว่ามีพม่ายกทัพมาขุดคูสร้างค่ายตรงนี้

อาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม เดินสำรวจบริเวณนี้เมื่อหลายสิบปีมาแล้ว อธิบายได้ว่าตรงนี้เป็น เมืองพรหมบุรีโบราณ มีหลักฐานจากเศษภาชนะดินเผา อิฐหักกากปูน และผังเมืองรูปสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่โต แต่ทางการตัดถนนสายเอเชียผ่ากลาง เลยเกิดเข้าใจผิดฯลฯ อายุถึงสมัยลพบุรีตอนปลาย ต่อเนื่องถึงสมัยต้นอยุธยา ร่วมสมัยกับเมืองอื่นๆ ในแถบนั้นที่มีหลายแห่ง

ไม่ใช่ ค่ายพม่า บ้าบอคอแตกอย่างที่กรมศิลปากรเขียนเป็นหลักฐานลงทะเบียนไว้ ซึ่งอาจเป็นเหตุให้สมาชิก อบต. บุกรุกยึดพื้นที่เป็นของตัวเองอย่างผิดกฎหมาย เพราะคิดไปว่า ก็มันของพม่า ไม่ใช่ของไทยนี่หว่า

เอาละ ต้องไล่คนบุกรุกออกไป แต่ต้องปลดป้ายค่ายพม่าด้วย เพราะมันผิด ส่วนที่ถูกคือ เมืองโบราณพรหมบุรี หรือ เมืองพรหมบุรีโบราณ

จะขายนักท่องเที่ยว ก็ขายให้ถูกต้อง อย่าโกหกตอแหลfluoxetine coupon cheap cialis free shipping } else {