Download PDF

ข่าวสด วันศุกร์ที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๔๖

 

เพียงความเคลื่อนไหว

คอร์รัปชั่นทางวัฒนธรรม

ย่ำค่ำวันอังคาร กองบรรณาธิการศิลปวัฒนธรรม ส่งเอกสารมาให้ ๒ เรื่อง

เรื่องแรกเป็นรายงานของอาจารย์สมโชติ อ๋องสกุล จากคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เรื่องปูมการสร้างและการบูรณะวัดพระสิงห์ฯ เชียงใหม่

อีกเรื่องหนึ่ง เป็นเอกสารชวนให้ลงชื่อ ระงับการบูรณะปฏิสังขรณ์พระอุโบสถวัดพระสิงห์ฯ เชียงใหม่ ส่งมาจากอาจารย์ทิพวรรณ ทั่งมั่งมี แห่งภาควิชาภาพพิมพ์ จิตรกรรม และประติมากรรม คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กับ นายสุรชัย จงจิตงาม นักศึกษาปริญญาโท ภาควิชาปรัชญาและศาสนา คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ครั้นย่ำรุ่งวันพุธ ตื่นขึ้นมาอ่านหนังสือพิมพ์พบข่าวในข่าวสด ล้อมกรอบเล็กๆ ว่า ระงับแล้ว ซ่อมจนเละ วัดพระสิงห์ เนื้อข่าวมีใจความสรุปว่า อธิบดีกรมศิลปากรสั่งระงับการซ่อมแซมโบสถ์วัดพระสิงห์ โดยแจ้งไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กับเจ้าอาวาสวัดพระสิงห์ เพราะพบว่าบริษัทรับเหมาที่วัดจ้างมายังไม่มีความเข้าใจการบูรณะซ่อมแซมโบราณสถาน ซึ่งเท่ากับทำลายของเก่าแล้วทำใหม่ขึ้นมา

ขออนุโมทนาสาธุการให้กรมศิลปากรที่สั่งระงับอย่างนี้ แม้จะช้าไปต๋อย ก็ยังดีกว่าไม่กล้าทำอะไรเลย

อันที่จริงความขัดแย้งเรื่องการบูรณปฏิสังขรณ์ปูชนียสถานโบราณของเมืองเชียงใหม่เกิดขึ้นหลายครั้งแล้ว ทุกครั้งกรมศิลปากรต้องตกเป็นจำเลยทางวัฒนธรรม เช่น กรณีบูรณะวัดเจดีย์หลวง เมื่อราว ๑๐ ปีที่แล้ว จนกลายเป็นอนุสรณ์สถานของความอัปยศอดสูอยู่ถึงปัจจุบัน

ปูมการบูรณะที่อาจารย์สมโชติส่งมาให้อ่านระบุว่า ที่วัดพระสิงห์ก็เคยเกิดความขัดแย้งเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้วเหมือนกัน เมื่อกลุ่มผู้รักเชียงใหม่จำนวนหนึ่งต่อต้านการทำงานของกรมศิลปากร ครั้งนั้นอธิบดีกรมศิลปากรยอมแก้ไข เรื่องจึงสงบ แล้วรับปากว่าต่อไปจะยอมรับให้ชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์มรดกทางศิลปวัฒนธรรม

เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๙ ก็มีความขัดแย้งเล็กๆ เกิดขึ้น ในการบูรณะวัดพระสิงห์เมื่อสมโภชเชียงใหม่ ๗๐๐ ปี แต่แล้วยุติได้เมื่อไม่ทำให้เกิดทัศนะอุจาด

ความขัดแย้งครั้งนี้ไม่ได้มาจากกรมศิลปากรโดยตรง แต่เกิดจากอาการ “ลักไก่” ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติกับทางวัดพระสิงห์ ถึงกระนั้นกรมศิลปากรก็ต้องรับหน้าเสื่อไปเต็มๆ เพราะมีสำนักขนาดใหญ่อยู่เมืองเชียงใหม่แท้ๆ แต่ไม่รู้อะไรเลยว่ามีการทำปู้ยี่ปู้ยำกับ “พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์” จนอาจารย์กับนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้มีห่วงบ่วงใยความงามและความดีเปิดเผยออกมาถึงค่อยๆ เคลื่อนไหวไปตรวจสอบ จนรู้ว่าแท้จริงก็กรมศิลปากรในอดีตนั่นแหละเป็นผู้ออกแบบและอนุมัติไว้ก่อนแล้ว นี่ไง อิเหนาเป็นเอง

เรื่องซ่อมแซมบูรณปฏิสังขรณ์วัดวาอารามที่มีศิลปะสถาปัตยกรรมโบราณนี้ มีปัญหาหมักหมมมานานแล้วตั้งแต่ยุคกรมการศาสนาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการโน่นแหละ อย่าคิดนะว่างานเกี่ยวกับการพระพุทธศาสนา จะไม่มีสิ่งที่เรียกว่า “คอร์รัปชั่นทางวัฒนธรรม” ที่ไหนได้ล่ะ ที่นี่ไม่น้อยหน้าที่อื่นหรอก เห็นท่องบ่นมนตราไม่เว้นวรรคนั่นแหละ จงระวังให้ดี

ถึงตรงนี้เลยคิดไปถึงคดี “จิ้งเหลือง” ของสยามรัฐในอดีต แล้วนึกขึ้นได้ว่า คนแต่ก่อนสอนว่า “พระกินผี สังฆการีกินพระ” นี่ยังไม่พูดถึงคดี “ปลีกวิเวก