ข่าวสด-วันพฤหัสบดีที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๔๖

 

อ่าวพังงา-ยุคแรก

รับอารยธรรม “ตะวันตก”

เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๙ ผมพเนจรร่อนเร่ลงใต้ถึงอำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ไปสำรวจทางประวัติศาสตร์โบราณคดี กับอาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม ด้วยต้องการตามไปดูเทวรูป ๓ องค์ ที่อยู่โคนไม้ ตอนนั้นยังไม่มีถนนอย่างปัจจุบัน แต่ก็บุกบั่นจนพบ ครั้นพบแล้วให้เกิดอาการสังเวช เพราะอยู่ในป่าดงในหุบเขาอย่างนั้น ยังมีคนร้ายเฉาะเอาส่วนพระพักตร์เสียหายทั้ง ๓ องค์

ต่อจากนั้นเช่าเรือไป บ้านทุ่งตึก ที่อยู่บน เกาะคอเขา ห่างจากฝั่งนั่งเรือเกือบครึ่งชั่วโมง ยังเป็นป่ารก มีแต่บ้านชาวประมง ๒-๓ หลังอยู่ในป่าชายเลน ได้เดินลัดป่าลัดทุ่งสำรวจพบซากอาคาร เครื่องปั้นดินเผา และได้เศษเครื่องประดับทองคำด้วย

เพิ่งอ่านข่าวว่านักโบราณคดี กรมศิลปากร ไปขุดพบซากศาสนสถาน ๓ แห่ง พบโบราณวัตถุหลายอย่าง เนื้อข่าวเขียนว่า “เป็นเครื่องบ่งชี้ให้เห็นความรุ่งเรืองของอาณาจักรชายฝั่งทะเล”

ฝ่ายสมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดพังงา ขยายความออกไปอีกว่า “ตามประวัติศาสตร์ อ.คุระบุรี และ อ.ตะกั่วป่า เป็นที่ตั้งของอาณาจักรตะโกลา” แล้วอธิบายเป็นตุเป็นตะว่าเชื่อมโยงการค้าระหว่างยุโรปไปยังจีน หรือจากเปอร์เซียไปยังจีน โดยมีคลองศรีเสนา ที่ปากน้ำ อยู่ในพื้นที่ อ.ตะกั่วป่า และปลายน้ำอยู่ในพื้นที่ อ.กะปง และเมื่อแล่นเรือจนกระทั่งสุดปลายน้ำแล้ว จะเดินเท้าลงสู่ต้นน้ำคลองพุมดวง จ.สุราษฎร์ธานี ไปเชื่อมโยงและสัมพันธ์กับอาณาจักรศรีวิชัย และเป็นการเชื่อมโยงของวิถีชีวิตชุมชนโบราณระหว่างฝั่งทะเลอันดามัน และฝั่งทะเลอ่าวไทย (มติชน จันทร์ ๒๑ เมษายน ๒๕๔๖)

ต้องว่ากันตามหลักฐานสำคัญก่อน คือชื่อตะโกลา ได้จากคัมภีร์อินเดียโบราณ ย้อนกล่าวถึงสถานีหรือท่าเรือชายฝั่งทะเลในยุคพระเจ้าอโศก ราว พ.ศ. ๓๐๐ หรือก่อนหน้านั้นขึ้นไป คือเป็นยุคแรกๆ ของการเดินทางติดต่อค้าขายทางทะเลเลียบชายฝั่งระหว่าง“ตะวันตก”กับสุวรรณภูมิ (อุษาคเนย์) โดยไม่ได้ระบุชัดเจนว่า ตะโกลา คืออะไร? และอยู่ตรงไหน?

นักค้นคว้าสมัยแรกอาศัยชื่อ ตะโกลา ใกล้เคียงกับ ตะกั่วป่า เลยคิดเอาเองว่า ตะโกลา เป็นชื่ออาณาจักร อยู่ในเขต อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา แต่ไม่มีหลักฐานอื่นใดยืนยันเลย บรรดาสิ่งของวัตถุที่ค้นพบก็มีอายุราวหลัง พ.ศ. ๑๒๐๐–๑๓๐๐ ห่างจากชื่อตะโกลา ยุคพระเจ้าอโศกตั้ง ๑,๐๐๐ ปี ฉะนั้นตะโกลาจะอยู่ที่ตะกั่วป่าไม่ได้ เพราะไม่มีหลักฐานพยานแวดล้อมของยุคนั้นมาสนับสนุน