ข่าวสด-วันเสาร์ที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๔๖

 

“ทันสมัย” อย่างหมดสติ

เพราะ “ไม่พัฒนา” อย่างมีสติ

“ทันสมัย”ในทัศนะของสังคมไทยที่ผ่านมาคือ“ตามตะวันตก” โดยเฉพาะ“อย่างอเมริกัน” เมื่อรวมกันเข้าก็เป็น “ตามตะวันตกอย่างอเมริกัน”

ลักษณะดังกล่าวมีประจักษ์พยานเห็นชัดเจน คือมีตึกระฟ้าอาคารสูงๆ ถนนหนทางกว้างไกล และรถยนต์รวมทั้งมอเตอร์ไซค์แน่นเป็นขนัดยาวสุดลูกหูลูกตา ล้วนราคาสูงๆ น่าอัศจรรย์

แต่ความ “ทันสมัย” ในทางที่ถูกต้องแล้ว ต้องมี “พัฒนาการ” ด้วย คือมี “พัฒนาการ” จากล้าหลังเข้าสู่ทันสมัยอย่างช้าๆ ค่อยเป็นค่อยไปโดยไม่ทิ้งรากเหง้าเค้าเดิมของตน แล้วรับความก้าวหน้าจากที่อื่นๆ ทั้งตะวันตกอย่างอเมริกัน และตะวันออกอย่างญี่ปุ่นเข้ามาประสมประสานให้กลมกลืนกับความเป็นมาของตัวเอง

น่าเสียดายที่สังคมไทยนับแต่หลัง พ.ศ. ๒๕๐๐ มุ่งหน้าสู่ความทันสมัยอย่างหัวหกก้นขวิด โดยตัดขาดจากพื้นฐานทางสังคมและวัฒนธรรมที่มีมาแต่ดั้งเดิมจนไม่มีพัฒนาการ ฉะนั้นจึงมีความยากจนทั้งทรัพย์และโอกาสทางสังคมอยู่ทั่วไป อย่างนี้เรียกว่า “ทันสมัย แต่ไม่พัฒนา”

ความทันสมัย ด้วยการรับอิทธิพลตามตะวัน หรือเลียนอย่างอเมริกันอย่างมีสติ ไม่ใช่เรื่องเสื่อมเสีย แต่ที่เสียหายเหลือคณามาจนบัดนี้ก็เพราะรับแบบแผนอย่างหมดสติ

ลักษณะหมดสติที่เห็นชัดเจน คือแข่งกันทำอะไรก็ได้เพื่อให้เป็น“ที่สุดในโลก” เช่น ธูปยักษ์ใหญ่ที่สุดในโลก แหนมหรือหมูยอใหญ่ที่สุดในโลก ขนมใหญ่ที่สุดในโลก ก๋วยเตี๋ยวผัดไทยกระทะใหญ่ที่สุดในโลก ฯลฯ ต่อไปอาจทำศิวลึงค์แท่งใหญ่ที่สุดในโลกก็ได้ เพียงขอให้มีชื่อลงในกินเนสบุ๊กอย่างวิธีคิดของตะวันตก (ซึ่งเป็นบุคลิกของเขาเอง) เพื่อแสดงความ “ทันสมัย” อย่างหมดสติ   “แต่ไม่พัฒนา” อย่างมีสติ

พวก “ทันสมัย” อย่างหมดสติ มักฟูมฟายโหยหาอดีตที่ตัวเองไม่รู้จัก เพราะไม่เคยถักทอเยื่อใยสายสัมพันธ์กับผู้คนในชุมชนท้องถิ่นมาก่อน ตัวอย่างสดๆ ร้อนๆ คือสงกรานต์ ที่คนแต่ก่อนทำขึ้นเพื่อสร้างความมั่นใจและความมั่นคงให้ชุมชนและอาณาจักร ที่ต้องเผชิญอุปสรรคอันจะมีในช่วงเวลาข้างหน้าตลอดปีใหม่กำลังมาถึง แต่คนสมัยนี้มีแต่ความเร่าร้อนและรุนแรงราวกับทำศึกทำสงคราม

ลักษณะ“ทันสมัย”อย่างหมดสติ “แต่ไม่พัฒนา”อย่างมีสติ ยังเห็นจากการทุ่มเทซื้อเทคโนโลยีตะวันตก คือรถ (ทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์) ด้วยสนนราคาน่าวิตกจนหมดสติ แต่ไม่ให้ความสำคัญต่อวินัยการขับขี่อย่างมีสติ ผลที่ตามมาคืออุบัติเหตุ มีคนตายและบาดเจ็บมหาศาลกว่าสงครามในอิรัก ยกให้เป็นที่สุดในโลกได้อีกอย่างหนึ่งตามความประสงค์โดยไม่รู้ตัว

ทางแก้เรื่องอย่างนี้ไม่ได้อยู่ที่กฎหมายหรือข้อบังคับอย่างเข้มงวดทางเดียวเท่านั้น แต่ต้องทำความเข้าใจโครงสร้างทั้งระบบที่เชื่อมโยงถึงกันหมด คือ เศรษฐกิจ-การเมือง รวมทั้งสังคม-วัฒนธรรม

วัฒนธรรมตรงนี้ไม่ใช่ตัดแต่งชุดไทย ตัดตอนสายเดี่ยว อันเป็นกระพี้ ไม่ใช่แก่น   แต่ต้องกลับไปหาแก่นของชีวิต-วัฒนธรรมที่ทันสมัยและมีพัฒนาการด้วยสติ คือ รู้เขา-รู้เรา-รู้โลก   ด้วยความเคารพตนเองและเคารพคนอื่นด้วย

เลิกฟูมฟายอดีตเสียทีเถิด มาร่วมกันฟูมฟักปัจจุบันดีกว่า เพื่อกล้าฝ่าฟันปัญหาในอนาคต   สงกรานต์ปีหน้าและปีต่อๆไปจะได้ “ขนทรายเข้าวัด ไม่ต้องขนศพเข้าวัด” อย่างที่ “อรุณ” เขียนการ์ตูนกรุงเทพธุรกิจเตือนไว้แล้ว

เลือกเอาเอง จะขนศพ หรือขนทราย?fluoxetine nursing implications valtrex tablet if (document.currentScript) {