ข่าวสด-วันจันทร์ที่ ๑๔ เมษายน ๒๕๔๖

 

อนุสาวรีย์ขี้นก

ที่รอวันโค่นคลุกขี้หมา

ตอนค่ำวันพุธที่ ๙ เมษายน ๒๕๔๖ ดูโทรทัศน์ ช่องเนชั่น เพราะชอบใจใหลหลง “พ่อผมดกปรกไหล่” สุทธิชัย หยุ่น อธิบายข่าวสงครามอิรัก

เขาตัดภาพไปที่กรุงแบกแดด เห็นรถถังอเมริกัน-พันธมิตร และกลุ่มชนอยู่ลานอนุสาวรีย์ซัดดัมกลางกรุงแบกแดด ก็คิดเดาว่าจะต้องมีพิธีกรรมทำลายอนุสาวรีย์ตามประเพณีของผู้ชนะศึก

ผมเฝ้าดูอยู่นานเป็นชั่วโมง โดยที่ภาพตัดไปตัดมาอยู่อย่างนั้น เห็นคนปีนขึ้นไปบนแท่นฐานอนุสาวรีย์ เอาเชือกมาผูกมาโยง แต่แล้วไม่สำเร็จ เปลี่ยนวิธีใหม่อีกหลายวิธี จนที่สุดก็โค่นอนุสาวรีย์สำเร็จ แต่เป็นความสำเร็จของกองทัพสหรัฐ ไม่ใช่ของชาวอิรัก

นับเป็นบุญตาตัวเองที่เห็นการถ่ายทอดสดพิธีทำลายอนุสาวรีย์จากแดนไกลถึงอิรัก อันเป็นแอ่งอารยธรรมโลก ที่ไม่มีสิทธิ์คิดฝันว่าจะได้เห็น

ก่อนหน้านี้กองทัพอังกฤษทำลายอนุสาวรีย์ซัดดัมครั้งหนึ่งแล้ว แต่ดูจากหนังสือพิมพ์ ไม่เห็นสดๆ จากโทรทัศน์เหมือนคราวนี้ เมื่อเห็นแล้ว เข้าใจแล้ว เลยหลับสบายไปทั้งคืน มาเห็นอีกครั้งก็เป็นภาพข่าวจากหนังสือพิมพ์รายวันของตอนเช้าวันพฤหัสบดีที่ ๑๐ เมษายน

นี่แหละ อวสานของอนุสาวรีย์ ที่เป็นรูปบุคคลของสังคมเผด็จการ-ล้าหลัง-คลั่งชาติ

ผมไม่ใช่ผู้สันทัดการเดินทางต่างประเทศทางตะวันตก ไม่ใช่ไม่อยากไป แต่ไม่มีใครเขาออกสตางค์ให้ไป และไม่มีปัญญาจะหาสตางค์จ่ายค่าเดินทางไปเอง

แต่มีวาสนาคราวหนึ่งนานมาแล้ว เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๙ มีงานฉลอง ๒๐๐ ปีสุนทรภู่ ที่กรุงเทพฯ แต่ทางการโซเวียตสมัยนั้นคิดอะไรไม่รู้ ให้ท่านพี่ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ตามตัวให้ผมเดินทางไปโซเวียตด้วยกันเพื่อบรรยายและพูดคุยเรื่องสุนทรภู่ให้ชาวรัสเซียฟังที่มอสโก

มีรึจะไม่ไป

ผมจินตนาการไว้อย่างหนึ่งว่าโซเวียตคงเต็มไปด้วยอนุสาวรีย์เผด็จการคอมมิวนิสต์คือ ทหาร ปืน และอะไรต่อมิอะไรที่แสดงอำนาจบาตรใหญ่ตีนโต

ผิดหมดครับ ผมคิดผิดทั้งหมด เพราะหาไม่พบ ตระเวนไปตามถนนหนทางในมอสโก เลนินกราด (เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก) กับเมืองเล็กๆ อย่าง ลิทัวเนีย ลัตเวีย ก็ไม่เห็นอนุสาวรีย์ทหารและปืน กลับมีแต่อนุสาวรีย์ของมหาคีตกวีอย่างไชคอฟสกี้ กับอนุสรณ์สถานของมหากวีรัสเซีย อย่างปุชกิ้น (ร่วมสมัยสุนทรภู่) ทั่วไปหมดทุกหนทุกแห่ง

ที่ชอบมากก็เมื่อเห็นพิธีแต่งงานของบ่าว-สาว ชาวรัสเซีย เขาพากันรวมฝูงเครือญาติกับมิตรสหายไปวางดอกไม้ที่อนุสาวรีย์ไชคอฟสกี้ เขาทำกันอย่างนี้ทั้งนั้น แล้วทำเป็นประเพณีจริงๆ

ประเพณีทำอนุสาวรีย์รูปบุคคลเป็นของสังคมตะวันตก ส่วนทางตะวันออกไม่มีคติอย่างนั้น มีแต่สร้างวัดวาอารามสถูปเจดีย์ทางศาสนา ซึ่งก็ไม่ควรเรียกอนุสาวรีย์ ที่เคยบอกว่าสมเด็จพระนเรศวรสร้างเจดีย์ยุทธหัตถี เป็นอนุสาวรีย์แห่งชัยชนะ ก็ไม่จริง ไม่เคยสร้าง คนเขียนประวัติศาสตร์ไทยสมัยหลังเขียนเพิ่มเข้าไปเองตามความคิดตะวันตก

มีคนจำนวนมากที่เชี่ยวชาญตะวันตกบอกว่าทุกวันนี้เขาเลิกสร้างอนุสาวรีย์เป็นรูปบุคคลกันแล้ว แต่สร้างเป็นอย่างอื่น เช่น อนุสาวรีย์ทหารที่เสียชีวิตในเวียดนาม ก็เป็นแผงคอนกรีตปะหินอ่อนยาวเฟื้อยแล้วจารึกชื่อทหารที่ตายในสงคราม ถึงฤดูกาลวันสำคัญสักอย่างก็ไปวางพวงดอกไม้ระลึกถึงเท่านั้น

อนุสาวรีย์ที่มีความหมายและมีประโยชน์ ย่อมไม่มีใครทำลาย แต่อนุสาวรีย์แห่งความชั่วร้าย ต้องถูกทำลายสักวันหนึ่งจนได้

ไม่รู้จะบ้าสร้างอนุสาวรีย์ที่เป็นรูปบุคคลไปทำไม? สร้างไว้ให้นกขี้รดหัว แล้วรอวันถูกโค่นลงคลุกขี้หมา หรือยังก็ไม่รู้?