ข่าวสด-วันพฤหัสบดีที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๔๖

 

สงกรานต์ขอน้ำขอฝน

ไม่ใช่สงครามน้ำสาด

หลังฤดูเก็บเกี่ยวของชุมชนกสิกรรมล้าหลังครั้งดึกดำบรรพ์ คือราวเดือน ๔-๕ หรือราวมีนาคม-เมษายน จะเป็นฤดูร้อนที่แห้งแล้ง

ความแห้งแล้งของทุ่งราบ ทำให้คมนาคมสะดวก ไปมาหากันคล่อง และเป็นยามที่ข้าวเต็มยุ้ง เพราะเพิ่งเก็บเกี่ยวพืชพันธุ์ธัญญาหารเรียบร้อยสมบูรณ์ ช่วงนี้เองชาวบ้านมีเวลาว่างพอจะทำงานบุญ เช่น งานวัด งานเลี้ยงผีกลางบ้าน (คือหมู่บ้าน) รวมทั้งงานศพ

บางทีมีคนตายตั้งแต่เข้าพรรษา (เดือน ๘) ปีก่อน แต่เป็นฤดูทำนาทำมาหากิน ยังไม่ได้เก็บเกี่ยว ยังไม่มีทรัพย์และข้าวปลาอาหาร ต้องเก็บศพไว้ก่อน รอจนถึงหลังเก็บเกี่ยวในฤดูแล้งจึงขุดเอาศพมาทำพิธีเผา

ยุคเริ่มแรกที่มนุษย์นับถือศาสนาผี (ยังไม่ได้ติดต่อกับชมพูทวีปคืออินเดีย จึงยังไม่รู้จักศาสนาพุทธ-พราหมณ์) ในฤดูแล้งช่วงนี้คือเวลาที่ต้องทำพิธีกรรมเลี้ยงผี เพื่อเสี่ยงทายว่าปีการผลิตต่อไปข้าวปลาอาหารจะอุดมสมบูรณ์หรือไม่? จะได้เตรียมตัวรับสถานการณ์

ก็ช่วงเวลานี้แหละต้องทำพิธีขอฝน เช่น แห่นางแมว จุดบั้งไฟ ฯลฯ แล้วมีการละเล่นเพื่อขอความอุดมสมบูรณ์ เช่น เล่นเข้าทรงแม่ศรี (เป็นภาษาเขมรมาจากสรี หมายถึงผีเจ้าแม่ คือผีผู้หญิง) ผีครก ผีสาก ผีนางด้ง ฯลฯ บรรดาผีที่สิงสถิตอยู่ในเครื่องมือทำมาหากิน

น้ำคือความอุดมสมบูรณ์ ด้วยเหตุนี้จึงเป็นสิ่งมงคลที่ใช้เป็นสื่อในพิธีกรรมสำคัญนี้ เช่น รดน้ำดำหัว อาบน้ำ ฯลฯ ซึ่งสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่เป็นฤดูร้อน ต้องการความชุ่มชื่นร่มเย็น

ครั้นรับศาสนาจากชมพูทวีปแล้ว ราชสำนักของแต่ละแคว้นใกล้ทะเล จึงเอาสงกรานต์ของพราหมณ์มาปรับใช้ แล้วริบเอาการละเล่นในพิธีกรรมเลี้ยงผีเพื่อขอความอุดมสมบูรณ์ให้ราชอาณาจักรมารวมเข้าด้วยกันทั้งหมด ดังมีรายการการละเล่นอยู่ในกฎมณเฑียรบาลครั้งกรุงศรีอยุธยา เช่น แข่งเกวียน แข่งวัว รวมถึงชนวัว ชนควาย ฯลฯ รวมทั้งการสนานใหญ่ คืออาบน้ำ หรือรดน้ำดำหัวนั่นเอง

ฉะนั้น น้ำในสงกรานต์ไม่ใช่เอามาสาดใส่กันเล่นๆ เป็นสงคราม แต่ความหมายเดิมเกี่ยวข้องกับการทำมาหากิน ความอุดมสมบูรณ์ การทำไร่ทำนา

ฤดูเดือนนี้มีแต่ความแห้งแล้งขาดน้ำ ไฉนเอามาสาดเล่นโครมๆ อย่างไม่ตระหนักถึงคุณค่ามหาศาล คนโบราณรู้คุณวิเศษตรงนี้ รู้จักบุญคุณธรรมชาติ เขาจึงทำพิธีเลี้ยงผี คือธรรมชาติเพื่อขอฝน พอถึงกลางเดือนสิบสองก็ลอยกระทงขอขมาลาโทษที่ใช้น้ำใช้ดินทำกสิกรรม ด้วยสำนึกในบุญคุณอันใหญ่หลวงที่หล่อเลี้ยงชีวิตของชุมชนท้องถิ่นและราชอาณาจักร

น้ำ เป็นเครื่องมือสื่อสารศักดิ์สิทธิ์สอดคล้องกับธรรมชาติ ดังจะเห็นว่าเป็นเครื่องพิธีบรมราชาภิเษก ทำสัตย์สาบานในพิธีแช่งน้ำ ใช้กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล ใช้เป็นน้ำมนต์ ฯลฯ

ถ้าสงกรานต์คือความดีความงาม รดน้ำขอพรและอวยพรซึ่งกันและกัน รวมทั้งฮดสรง คือสรงน้ำพระเพื่อความร่มเย็นสงบสุขสันติ จะมิดีกว่าหรือ?

เมื่อเข้าใจสาระสำคัญและคุณค่าของน้ำในสงกรานต์แล้ว จะแต่งชุดไทย หรือสายเดี่ยว หรือเกาะอก ก็ได้ทั้งนั้น ดีงามทั้งนั้น ต่อให้นักท่องเที่ยวมาจากต่างดาวพระเคราะห์ก็ร่วมพิธีกรรมน้ำสงกรานต์ได้อย่างร่มเย็นและเป็นสุข

อย่ามัวไปหมกมุ่นกับเรื่องเปลือกๆ อย่างสายเดี่ยว หรือเกาะอกอยู่เลย ไม่เข้าท่าหรอก เอาสมองและเวลาไปช่วยกันสร้างวัฒนธรรมสาธารณะเพื่อการรักษาน้ำและรักษาชีวิตจะดีกว่าเป็นไหนๆ

ยิ่งวัฒนธรรมจราจร ยิ่งต้องโหมช่วยกัน เพราะสงกรานต์แต่ละปี คนดีๆ ต้องตายเพราะอุบัติเหตุจากคนอื่นที่ชั่วร้ายมีมากเหลือเกิน