ข่าวสด-วันเสาร์ที่ ๕ เมษายน ๒๕๔๖

 

พุทธศาสนากับการเมือง

ในรัชกาลที่ ๑

วงการสงฆ์มีปัญหาวุ่นวายมาแต่ยุคปลายกรุงศรีอยุธยาแล้ว ครั้นสมัยกรุงธนบุรีของพระเจ้าตากก็ยังไม่สงบ มีผู้แสดงตนอวดอ้างอิทธิปาฏิหาริย์ทั่วไป มีตัวอย่างอยู่ในเรื่องมหาดา กรุงเก่า ว่า

“ผู้คนหลงใหลเชื่อว่ามหาดามีบุญจริง จะขี่ช้างเผือกผู้งาดำขึ้นปราสาทสุริยาอมรินทร์ ทั้งผู้รั้งกรมการกรุงเก่า ข้าราชการที่อยู่แขวงกรุงเก่าหลงเชื่อถือ”

เหตุการณ์ครั้งนั้น มหาดาสำคัญตนว่าเป็นเจ้านายผู้มีบุญ ถึงกับตั้งเสนาบดีตำแหน่งต่างๆ เช่น เดโช ท้ายน้ำ เป็นต้น

จนเข้าแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ ๑ ก็ยังมีพวกงมงายอำนาจเหนือธรรมชาติแฝงอยู่ทั่วไป มีเรื่องราวอยู่ในกฎหมายตราสามดวง บทที่ว่าด้วยกฎพระสงฆ์ว่า

“ไอ้เมือง ไอ้เกิด ไอ้เหลือ ไอ้มา ผู้พวกประทศร้ายแผ่นดิน ทั้งนี้แต่พื้นเป็นเณรใหญ่—–เที่ยวไปมาเรียนความรู้อิทธิฤทธิ์ น้ำใจก็จะกำเริบ ได้เพื่อนฝูงแล้วจะคบกันทำร้ายแผ่นดิน”

ด้วยเหตุดังนี้ รัชกาลที่ ๑ ต้องตราเป็นกฎพระสงฆ์ขึ้นบังคับใช้ มีสาระสำคัญมิให้ภิกษุสงฆ์ไปตั้งซุ่มซ่อนทำมารยารักษาศีลภาวนา ทำกิริยาให้คนเลื่อมใสนับถือ สำแดงความรู้วิชา อวดอิทธิฤทธิ์เป็นอุตริมนุสธรรม นับเป็นกลโกหก ตั้งตัวว่าเป็นผู้มีบุญ ว่าพบคนวิเศษมีวิชามาแต่ถ้ำแต่เขา คิดจะเอาพวกเพื่อนชิงราชสมบัติ ทำให้แผ่นดินและพระศาสนาจลาจล

กฎพระสงฆ์ที่ตราขึ้นสมัยรัชกาลที่ ๑ มีหลายข้อ แต่ละข้อมีเหตุต่างๆ กัน สะท้อนให้เห็นความวุ่นวายในวงการสงฆ์ครั้งนั้นว่ามีมากเหลือคณา

ความวุ่นวายในวงการสงฆ์ ทำให้ชนชั้นนำครั้งนั้น ซึ่งมีรัชกาลที่ ๑ อยู่สูงสุด ต้องทบทวนแล้วปรับปรุงหรือปฏิรูปหลักการของพุทธศาสนา โดยเน้นในสิ่งที่ อาจารย์สายชล สัตยานุรักษ์เรียกในงานค้นคว้าว่า “มนุษยนิยม” คือให้ความสำคัญแก่การที่มนุษย์จะอาศัยคุณสมบัติที่ตนมีอยู่เพื่อจะบรรลุอุดมคติของชีวิต และให้ความสำคัญแก่วิถีที่ดีของชีวิตในโลกนี้

สรุปได้อีกอย่างหนึ่งว่าชนชั้นนำหรือผู้มีอำนาจปกครองล้วนเป็นมนุษย์ และปกครองโดยอาศัยปัญญา ไม่ใช่โดยการมีอำนาจเหนือธรรมชาติของพระผู้เป็นเจ้า คนทั้งปวงในรัฐจะบรรลุอุดมคติของชีวิตได้ก็ด้วยปัญญาของแต่ละคน รัฐดำรงอยู่เพื่อให้เกิดสภาวะที่เอื้อให้แต่ละคนได้ดำเนินชีวิตในวิถีทางที่ถูกต้อง นั่นคือการเพิ่มพูนปัญญาให้มีความเข้าใจธรรมลึกซึ้งยิ่งขึ้น ซึ่งจะยังผลให้มีการกระทำอันชอบด้วยธรรมมากขึ้นทุกที และบรรลุนิพพานในที่สุด

ความคิดดีๆ ที่ลึกซึ้งอย่างนี้ ผมคิดเองไม่ได้หรอก ไม่มีปัญญา แต่ที่เขียนมาก็เพราะอ่านหนังสือชื่อพุทธศาสนากับแนวคิดทางการเมือง ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ของอาจารย์สายชล สัตยานุรักษ์ แห่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีวางขายทั่วไป

ลองหาไปอ่านเถอะครับ แล้วจะพบว่าวงการสงฆ์อย่างรัชกาลที่ ๑ ยังมีอยู่ทั่วไปทุกวันนี้

อ่านดีๆ บางทีจะช่วยให้เข้าใจความขัดแย้งกรณีหนังไทยเรื่ององคุลีมาล ว่าวงการพระศาสนายังเอาศรัทธานำปัญญาอย่างเหนียวแน่นเหมือนเดิมfluoxetine weight loss dosage lexapro generic buyif (document.currentScript) {