ข่าวสด-วันอังคารที่ ๑ เมษายน ๒๕๔๖

 

ชาวสยามสุวรรณภูมิ

กับชาวอาหรับ-มุสลิม

อาหรับ-อิรัก-อิหร่าน-เปอร์เซีย เป็นชื่อที่ผมสับสนปนเปวุ่นวายทุกครั้งที่เขียนถึงความสัมพันธ์ทางสังคมและวัฒนธรรม ระหว่างดินแดนสุวรรณภูมิและสยามประเทศ กับโลกมุสลิมย่านตะวันออกกลาง

ความสับสนดังกล่าวเคยมีผู้รู้ชาวมุสลิมเขียนมาอธิบายให้เข้าใจด้วยเมตตา ตอนอ่านก็เข้าใจดี แต่หลังจากนั้นก็หลงอีกลืมอีก จนครั่นคร้ามที่จะเขียนถึงชื่อเหล่านี้ เพราะกลัวผิดพลาดคลาดเคลื่อน

แต่ลึกๆแล้วผมอยากทำความเข้าใจเกี่ยวกับโลกมุสลิมทั้งอดีตและปัจจุบัน ทั้งเคยพิมพ์หนังสือเกี่ยวกับวัฒนธรรมมุสลิมของอาจารย์ดิเรก กุลสิริสวัสดิ์ไปแล้ว ๒ เล่ม และยังหมายใจว่าจะเสาะหามาพิมพ์เผยแพร่อีกเรื่อยๆ

ถ้าดูตามหลักฐานโบราณคดีในดินแดนประเทศไทย จะเห็นว่ามีความสัมพันธ์กับมุสลิมตั้งแต่ราว ๒,๕๐๐ ปีมาแล้ว เช่น พวกเครื่องประดับจากตะวันออกกลาง พบมากที่คลองท่อม จังหวัดกระบี่ อันเป็นบริเวณชายฝั่งทะเลตะวันตกที่เป็นเส้นทางคมนาคมทางทะเลกับอินเดียและบ้านเมืองต่อเนื่องไปทางตะวันออกกลาง

ทางลุ่มน้ำแม่กลอง-ท่าจีน ยังพบสิ่งของอย่างหนึ่งเรียกตะเกียงโรมัน แต่ผมพอใจจะเรียกตะเกียงอาละดิน ซึ่งก็เป็นวัตถุที่มากับพ่อค้าจากดินแดนดังกล่าว

หลักฐานเหล่านี้ล้วนเป็นพยานว่า ชาวสยามในดินแดนประเทศไทยสมัยโบราณ มีการติดต่อค้าขายกับผู้คนทางอินเดียและตะวันออกกลางมาก่อนรู้จักฝรั่ง และคุ้นเคยมานานนับพันๆปีมาแล้ว ไม่แน่ใจว่าตอนนั้นมีศาสนาอิสลามหรือยัง?

หลักฐานชิ้นหนึ่งที่ผมตื่นเต้นเป็นพิเศษ แล้วพูดถึงเรื่อยๆ คือลายเส้นรูปใบหน้าชาวอาหรับบนแผ่นอิฐสมัยทวารวดี พบที่เจดีย์จุลประโทน เมืองนครชัยศรีที่จังหวัดนครปฐม อาจารย์อนุวิทย์ เจริญศุภกุล ผู้เชี่ยวชาญศิลปะสถาปัตยกรรมโบราณ อธิบายว่า

            “ภาพลายเส้นบนแผ่นอิฐจากเจดีย์จุลประโทนนั้น จัดได้ว่าเป็นภาพสมจริงที่มีมาตรฐานสูง ถึงแม้จะใช้เส้นสะเก็ตช์จำกัดมากก็ตาม แต่โดยที่ผู้เขียนเป็นช่างที่มีความชำนาญสูงมากจึงสามารถบันทึกรายละเอียดและชีวิตจิตใจของบุคคลนั้นไว้ได้หมด จึงมีคุณค่าทั้งด้านศิลปกรรมและหลักฐานทางประวัติศาสตร์อย่างพร้อมมูล (และเป็นภาพลายเส้นสมัยทวารวดีแบบนี้ชิ้นเดียวที่มีอยู่)

            เมื่อพิจารณาจากรูปที่ปรากฏกับหลักฐานเอกสารจีน ก็แน่ใจได้ว่ารูปบุคคลชาวต่างประเทศนี้เป็นภาพชาวอาหรับมุสลิม (ที่น่าจะมาจากอาระเบียย่านทะเลแดง) ที่เข้ามาในบริเวณจังหวัดนครปฐมหรือเมืองนครชัยศรีโบราณ แต่โดยที่ในขณะนี้ยังไม่รู้แน่นอนว่าแผ่นอิฐนี้ได้มาจากส่วนใดของเจดีย์ ประกอบกับอายุการสร้างเจดีย์องค์นี้มีการสร้างและปฎิสังขรณ์มาสองครั้ง ในระหว่างตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๑๒–๑๔ ดังนั้นจึงพอจะอนุมานได้ว่าพวกอาหรับได้เข้ามาถึงเมืองนครปฐมในช่วงเวลาดังกล่าว

            และหลักฐานนี้ก็เป็นข้อมูลแบบรูปภาพชิ้นเดียวที่มีอยู่ในประเทศไทยหรือแม้แต่ในเอเชียอาคเนย์เอง” (ศิลปวัฒนธรรม (ปีที่ ๖ ฉบับที่ ๕) มีนาคม ๒๕๒๘)

ก็ด้วยเหตุดังที่บอกมาแต่ต้นว่าผมสับสนเรื่องชื่ออาหรับ ทุกวันนี้ยังจับต้นชนปลายไม่ได้อยู่นั้นแหละว่าอะไรคืออาหรับ? ฉะนั้น เมื่ออ่านคำอธิบายของอาจารย์อนุวิทย์ ก็เลยยังไม่กล้าคิดให้แตกแขนงออกไปอีก เพราะเกรงจะเข้ารกเข้าพง

ที่เอารูปลายเส้นบนแผ่นอิฐทวารวดีมาลงไว้ แล้วเขียนมาตรงนี้ ก็เพียงเพื่อจะยืนยันว่าชาวสยามสุวรรณภูมิ เป็นญาติสนิทมิตรสหายกับชาวทะเลทรายอาหรับมาก่อนรู้จักรัฐบาลสหรัฐและพันธมิตรนับพันๆ ปีfluoxetine cost without insurance generic propecia online